ด้วยรูปแบบธุรกิจของท่าเทียบเรือที่ต้องให้บริการอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาแบบ 24x7 ระบบสารสนเทศ และระบบเครือข่ายที่มีเสถียรภาพสูง และมีความพร้อมตลอดเวลาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ข้อมูลสำคัญสำหรับการดำเนินงานทั้งข้อมูลเกี่ยวกับตู้สินค้า เช่น ขนาด น้ำหนัก สถานที่ต้นทาง ปลายทาง เป็นต้น ได้มีการรับ ส่งอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และแม่นยำ บริษัท ESCO ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการท่าเทียบเรือของท่าเรือแหลมฉบัง ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จึงได้ปรับปรุงระบบเครือข่ายไร้สายเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการของท่าเทียบเรือ ซึ่งกว้างขวางนับหลายหมื่นตารางเมตร ทำให้สามารถติดต่อสื่อสาร และรับส่งข้อมูลได้ในทุกพื้นที่ ไม่มีสะดุด
“หัวใจสำคัญสำหรับธุรกิจท่าเทียบเรือนั้น คือ ความพึงพอใจของลูกค้า เพราะในเชิงกายภาพแล้ว ทุกบริษัทมีท่าเทียบเรือเหมือนกัน เราจึงต้องให้บริการลูกค้าด้วยความรวดเร็ว ความถูกต้องแม่นยำของข้อมูล เพราะในขั้นตอนการปฏิบัติงาน ไม่ใช่ว่าจะขนส่งตู้สินค้าจากต้นทางมาที่เราได้เลย แต่จะต้องมีการเตรียมข้อมูลกันก่อน เราต้องรู้ว่ามีเรืออะไรบ้างที่จะเทียบท่า เวลาไหน มีตู้สินค้าอะไรบ้างที่จะต้องยกขึ้น-ลง เรือ เราเองก็ต้องส่งข้อมูลเพื่อบอกท่าเรือถัดไปว่าเรือลำนี้มีตู้อะไรบ้าง ตำแหน่งและสถานะของตู้ เป็นสิ่งที่มีการอัพเดตตลอด และการอัพเดตในระบบจะเป็นแบบเรียลไทม์ เพื่อให้เราวางแผนจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับตารางเวลาเรือ รถไฟ หรือรถหัวลาก ความล่าช้า หรือผิดพลาด อาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายมากมาย โดยฉพาะเมื่อตู้สินค้าไม่ได้ไปกับเรือที่กำหนดไว้ อีกทั้งการที่มีระบบสารสนเทศที่ดีและข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยให้เราลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมากอีกทางหนึ่งด้วย” คุณสุเทพ อภิวงศ์สุวรรณ ผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของระบบไอทีกับธุรกิจ
เสริมการบริหารท่า ด้วยเน็ตเวิร์กไร้สาย
ด้วยความสำคัญของระบบเน็ตเวิร์กผนวกกับพื้นที่ใช้งานที่มีลักษณะโล่งแจ้ง ทำให้ส่วนหนึ่งของเน็ตเวิร์กจำเป็นต้องใช้ระบบเน็ตเวิร์กไร้สาย เพื่อสร้างเครือข่ายที่ครอบคลุมการปฏิบัติงานระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ภายในพื้นที่ (Yard) กับระบบบริหารจัดการท่าเรือ หรือที่เรียกว่า Terminal Operation System “อุปกรณ์ที่ใช้ในการยกหรือเคลื่อนย้ายตู้สินค้าเป็นอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น รถหัวลาก หรือเครนที่ใช้ยกตู้สินค้า เราไม่สามารถติดตั้งระบบเน็ตเวิร์กแบบมีสายได้ เราจึงต้องสื่อสารกันผ่านระบบเน็ตเวิร์กไร้สาย” คุณสุเทพ กล่าวถึงสาเหตุที่ต้องใช้เน็ตเวิร์กไร้สาย
โดยในส่วนการเลือกผลิตภัณฑ์นั้น คุณสุเทพ เล่าว่า “เราเริ่มใช้ระบบเน็ตเวิร์กไร้สายสำหรับติดตั้งภายนอก (outdoor) แบบ 2.4 GHz (IEEE 802.11b) เป็นรายแรกของท่าเรือเมื่อหลายปีที่แล้ว ถึงแม้ว่าระบบเน็ตเวิร์กไร้สายในตอนนั้นยังค่อนข้างใหม่มาก และยังไม่มีความเร็วเท่าปัจจุบัน แต่ก็ช่วยให้พนักงานปฏิบัติงานของเราทำงานได้ง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้นมาก เพราะเราสามารถใช้โปรแกรมที่เป็นกราฟิกได้ อีกทั้งสามารถลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิผลได้ อย่างไรก็ตาม เราพบปัญหาเรื่องสัญญาณพอสมควร เช่น interference และการสะท้อนของคลื่น เนื่องจากตู้คอนเทนเนอร์เป็นเหล็ก การติดตั้งแอ็กเซสพอยนต์บนที่สูง เช่น บนเสาไฟที่มีความสูงถึง 25 เมตร และบนเครน ก็ทำให้การดูแลรักษาและแก้ไขยากขึ้น ดังนั้น อุปกรณ์ที่ติดตั้งต้องมีความทนทานสูง ถ้ายิ่งสามารถตรวจสอบปัญหาเรื่องสัญญาณขาดหาย และแก้ไขด้วยตนเองได้ ก็จะยิ่งช่วยให้ระบบของเราสามารถให้บริการแบบต่อเนื่อง และลดภาระของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีที่ต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาแบบเร่งด่วน โดยเฉพาะในเวลากลางคืนได้ ที่สำคัญ บริษัทผู้ผลิตต้องมีความเข้มแข็งทางด้านการเงิน และตัวผลิตภัณฑ์ต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วย เราเคยเจอปัญหาเรื่องผู้ผลิตยกเลิกการพัฒนาอุปกรณ์ต่อ กลายเป็นอุปกรณ์หมดอายุ ไม่มีคนซัพพอร์ต เวลามีปัญหาต้องรออะไหล่จากต่างประเทศเท่านั้น ซึ่งใช้เวลารอค่อนข้างนาน ดังนั้นเราจึงเลือก Cisco เพราะเป็นแบรนด์ที่มั่นใจได้เรื่องการซัพพอร์ต การบำรุงรักษา ระบบรักษาความปลอดภัย (security) และมีการอัพเกรดผลิตภัณฑ์สม่ำเสมอ”
นอกจากแอ็กเซสพอยนต์ของ Cisco แล้ว ESCO ยังติดตั้ง Wireless LAN Controller เพื่อทำหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบปัญหา และแก้ไขในทันที “Wireless LAN Controller จะคอยตรวจสอบการทำงานของแอ็กเซสพอยนต์ให้มีการกระจายโหลดให้สม่ำเสมอ ถ้าพบว่าแอ็กเซสพอยนต์ตัวใดมีการทำงานที่ค่อนข้างโหลด ก็จะแชร์โหลดนั้นไปให้แอ็กเซสพอยนต์ข้างเคียงโดยอัตโนมัติ หรือถ้าพบว่าแอ็กเซสพอยนต์ตัวใดมีสัญญาณขาดหายไป ก็จะสั่งให้ตัวที่อยู่ใกล้เคียงเพิ่มสัญญาณขึ้น ที่สำคัญค่าคอนฟิกต่างๆ จะเก็บไว้ที่ Wireless LAN Controller เท่านั้น จึงหมดปัญหาในเรื่องความปลอดภัยหากมีการสูญหายของแอ็กเซสพอยนต์ รวมถึงการเพิ่ม หรือเปลี่ยนแอ็กเซสพอยนต์ก็ทำได้ง่ายมากขึ้นในส่วนของการเตรียมค่าเบื้องต้นของอุปกรณ์ ยิ่งกว่านั้น การบริหารจัดการสามารถทำได้จากจุดเดียว (centralized management) และยังสามารถกำหนดสิทธิ์แบบให้ดูอย่างเดียว (read only) แต่แก้ไขค่าคอนฟิกไม่ได้ด้วย พนักงานควบคุมที่ปฏิบัติงานช่วงกลางคืนก็สามารถช่วยเราดูแลและตรวจสอบระบบเบื้องต้นได้อีกด้วย” คุณสุเทพ กล่าว
เตรียมต่อยอดเครือข่ายไร้สายด้วยการสื่อสาร
สิ่งที่ ESCO ได้รับหลังจากอัพเกรดระบบเน็ตเวิร์กไร้สายนั้น นอกจากเรื่องประสิทธิภาพ ความมีเสถียรภาพของตัวอุปกรณ์ และระบบรักษาความปลอดภัยที่สูงขึ้นแล้ว ยังสามารถลดเวลาและค่าใช้จ่ายที่เคยต้องสูญไปกับการแก้ปัญหาระบบได้ “เรามีระบบที่มีความต่อเนื่องและเสถียรมาก ความเร็วในการรับ-ส่งที่สูงขึ้น จากเดิมสูงสุด 11 Mbps เป็น 54 Mbps การแจ้งปัญหาเรื่องระบบสัญญาณซึ่งเคยมีโดยเฉลี่ย 1-2 ครั้งต่อเดือน ก็ยังไม่มี แม้อัพเกรดมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีสามารถให้เวลาในการศึกษา ปรับปรุง พัฒนาสิ่งใหม่ๆ หรือให้เวลากับครอบครัวได้เพิ่มมากขึ้น ลูกค้าเองก็พึงพอใจมากขึ้น นอกจากนี้ เรายังมองไปถึงการอิมพลีเมนต์ ระบบ VoIP ผ่านเครือข่ายไร้สาย ให้พนักงานในพื้นที่สื่อสารกันด้วยอุปกรณ์ Handheld ที่ใช้ในการอัพเดตข้อมูลอยู่แล้ว แทนการใช้วิทยุสื่อสาร”