ซิสโก้ ยูนิฟายด์ คอมพิวติ้ง โลกใหม่ของระบบดาต้าเซ็นเตอร์

โดย นายมงคล อัศวโกวิทกรณ์
ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีขั้นสูง
บริษัทซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ยูนิฟายด์ คอมพิวติ้ง คือ คอนเซ็ปต์ของดาต้าเซ็นเตอร์ 3.0 ที่เป็นรูปธรรม เป็นการต่อยอดเทคโนโลยีเครือข่ายโดยรวมเอาส่วนประกอบ 3 ส่วนหลักคือ เน็ตเวิร์ก (Network) สตอเรจ (Storage) และส่วนประมวลผล (Computing) หรือเซิร์ฟเวอร์เข้าด้วยกัน เพื่อนำเสนอรูปแบบใหม่ของการประมวลผล สร้างโลกใหม่ให้ระบบดาต้าเซ็นเตอร์ ด้วยการรวมการทำงานของแพลตฟอร์มทั้งหมด (Consolidation) แล้วทำเวอร์ชวลไลเซชั่น (Virtualization) แบ่งส่วนการทำงานบนระบบเดียวกัน แล้วจึงสร้างการทำงานแบบออโตเมติก ช่วยให้การบริหารจัดการ ตลอดจนการดูแลระบบรวมเป็นหนึ่งเดียว (Unified Fabric)

คุณสมบัติที่สำคัญของยูนิฟายด์ คอมพิวติ้ง คือ ใช้งานง่าย ทำงานบนระบบปฏิบัติการได้หลายระบบ รองรับการใช้ไฟล์ร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว โดยขจัดความยุ่งยากซับซ้อนของระบบ RAID นอกจากนี้ยังมีอินเตอร์เฟซทั้งแบบบรรทัดคำสั่ง (Command line) และแบบกราฟฟิก (GUI) ให้เลือกใช้ เพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ดูแลระบบ

การออกแบบนวัตกรรมสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่

อุปกรณ์คอมพิวติ้ง - เป็นส่วนประกอบสำคัญในการประมวลผล จึงจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพและทรงพลัง และมีเทคโนโลยีหน่วยความจำขั้นสูง สามารถรองรับการใช้งานแอพพลิเคชั่นขนาดใหญ่ ตลอดจนรองรับจำนวนเวอร์ชวลเซิร์ฟเวอร์ได้เพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัว

เน็ตเวิร์ก - เป็นรากฐานที่รองรับการทำงานของทุกแพลตฟอร์ม จึงต้องมีความเสถียรภาพสูง มีขนาดแบนด์วิธใหญ่ที่มีค่าความหน่วงต่ำ (Low latency) มีความปลอดภัยของข้อมูลสูง ที่สำคัญคือต้องมีความอัจฉริยะ สามารถรวมเอาระบบเครือข่ายที่เป็นอิสระต่อกัน 3 ส่วน คือ LANs, SANs และ ระบบเครือข่ายการประมวลผลประสิทธิภาพสูงเข้าไว้ด้วยกัน ลักษณะดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนลงจากการลดจำนวนเน็ตเวิร์กอะแดปเตอร์ สวิตช์ เคเบิล และการลดอัตราการใช้พลังงานของอุปกรณ์ และระบบทำความเย็น

เวอร์ชวลไลเซชั่น - ระบบที่รองรับต้องเพิ่มศักยภาพของการเวอร์ชวลไลเซชั่นได้อย่างเต็มที่ โดยช่วยปรับปรุงความสามารถในการขยายระบบ เพิ่มประสิทธิภาพ และการปฏิบัติการ เพื่อดูแลควบคุมระบบเสมือนจริงได้ ที่สำคัญควรต้องมีความสามารถในการรักษาความปลอดภัย และการตรวจเช็ค วิเคราะห์ ในสภาพที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อตอบสนองและรองรับการเปลี่ยนของระบบในเชิงธุรกิจและไอที

ระบบจัดเก็บข้อมูล - ต้องรองรับการใช้งานของทั้ง SANs และ NAS และด้วยการรองรับระบบ ยูนิฟายด์ แฟบบริกจึงทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากหลายช่องทางไม่ว่าจะผ่านอีเธอร์เน็ต ไฟเบอร์แชนแนล FCoE หรือ iSCSI ทำให้ผู้ใช้มีทางเลือกและปกป้องการลงทุนของตนเองได้ นอกจากนี้ พนักงานไอทียังสามารถจัดสรรนโยบายล่วงหน้า (pre-assign) ของการใช้งานระบบสตอเรจสำหรับการเชื่อมต่อระบบไปยังแหล่งทรัพยากรข้อมูลได้ และทำให้การเชื่อมต่อและการบริหารจัดการง่ายขึ้น รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านไอทีด้วย

การบริหารจัดการ - การบริหารจัดการจะต้องถูกรวมเข้ากันอย่างมีเอกลักษณ์ในทุกส่วนของระบบ ทำให้โซลูชั่นทั้งหมดถูกจัดการเหมือนเป็นระบบเดียวกัน และควรมีความสามารถในการติดต่อกับผู้ใช้ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบที่ป็นกราฟฟิก (GUI) และหน้าจอที่ใช้รับบรรทัดคำสั่ง (CLI) รวมถึงชุดคำสั่ง API เพื่อใช้บริหารจัดการระบบทั้งหมด เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ดูแลระบบ ทั้งนี้ ด้วยการรวมศูนย์การบริหารจัดการเข้าด้วยกันนี้เองจะทำให้ผู้บริหารจัดการในแต่ละหน่วยที่เกี่ยวข้อง เช่น สตอเรจ เน็ตเวิร์ก คอมพิวติ้ง และแอพลิเคชั่น ประสานความร่วมมือกันในการกำหนดคุณสมบัติเกี่ยวกับการบริการสำหรับแอพลิเคชั่น โดยภาพรวมของการบริการจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจ ทำให้ผู้จัดการดาต้า เซ็นเตอร์สามารถจัดเตรียมแอพลิเคชั่นได้ภายในไม่กี่นาทีแทนที่จะเป็นหลายวันเช่นในอดีต

ข้อดีของ ยูนิฟายด์ คอมพิวติ้ง ต่อองค์กรธุรกิจ

  • ลดค่าใช้จ่ายการดูแลระบบโดยรวม ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุน (CAPEX) ได้มากถึง 20% และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงาน (OPEX) ได้มากถึง 30%
  • พัฒนาประสิทธิภาพงานด้านไอทีและเพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจ:
    ลดเวลาในการจัดเตรียมแอพลิเคชั่นเหลือเพียงภายในไม่กี่นาทีแทนที่จะใช้เวลาหลายวันเช่นในอดีต และช่วยให้องค์กรธุรกิจใช้เวลาไปในเรื่องของนวัตกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศแทนที่จะต้องมาเสียเวลากับเรื่องของการซ่อมบำรุงรักษาระบบ
  • เพิ่มความสามารถในการขยายระบบโดยไม่เพิ่มความซับซ้อนในการทำงาน ทำให้การบริหารจัดการระบบเป็นเพียงระบบเดียวทั่วทั้งองค์กร ไม่ว่าระบบนั้นๆ จะมีเซิร์ฟเวอร์แค่เพียงหนึ่งเดียวหรือ 320 เครื่องที่ทำงานร่วมกับอุปกรณ์เสมือนนับเป็นพันเครื่องก็ตาม
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องพลังงานและการทำความเย็นให้ระบบเป็นอย่างมาก
  • สามารถทำงานข้ามระบบและปกป้องการลงทุนด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม
  • ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยลดการใช้พลังงานในดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากระบบนี้ใช้อุปกรณ์เพียงแค่ครึ่งเดียวจากระบบเดิม และใช้สายสัญญาณที่น้อยลง รวมถึงใช้กำลังไฟสำหรับอุปกรณ์ และระบบทำความเย็นที่น้อยกว่าเดิมด้วย

แนวโน้มการเป็นมาตรฐานในอนาคต

ยูนิฟายด์ คอมพิวติ้ง เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่เกิดขึ้นจริงแล้วในปัจจุบันและมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นแพลตฟอร์มมาตรฐานของดาต้าเซ็นเตอร์ในอนาคตอันใกล้ด้วยเหตุผลหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นทุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและดูแลระบบทั้งหมดที่ต่ำลง การช่วยลดอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้า และความสามารถในการขยายระบบ (Scalibility) ในอนาคต ตลอดจนความสามารถในการทำงานข้ามระบบและสามารถใช้ไฟล์ร่วมกันได้ นอกจากนี้ ยูนิฟายด์ คอมพิวติ้ง ยังเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยคัดสรรเอาเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมและเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมในแต่ละส่วนมารองรับ ดังนั้นจึงถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับการใช้เป็นส่วนประกอบในโครงสร้างพื้นฐานสตอเรจของดาต้าเซ็นเตอร์

ติดต่อขอข้อมูล