
วิสัยทัศน
การรุกคืบแนวใหม่ของซิสโก้ด้วยประโยคที่ว่า "เปลี่ยนวิถีการทำงาน การใช้ชีวิต การเล่นและการเรียนรู้" กำลังจะขยายศักยภาพให้กับซิสโก้ในการช่วยลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม วิสัยทัศน์ของ ซิสโก้คือการประสานพลังของนวัตกรรมในการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ zเพื่อช่วยแก้ปัญหาสภาพอากาศของโลกที่กำลังแปรเปลี่ยนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดย'นวัตกรรม' และ'การประสานการทำงานของกระบวนการต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก' ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ซิสโก้ ซึ่งเป็นเสมือนการจุดพลังที่ทำให้เกิดการสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ๆ ไปยังลูกค้าของซิสโก้ ซิสโก้เชื่อมั่นว่า ' เครือข่าย' (Network) สามารถเป็น "แพล็ตฟอร์มสีเขียว" โดยการนำเทคโนโลยี เข้ามาช่วยเพื่อทำให้เราสามารถจัดการความท้าทายของสภาพแวดล้อมของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง
ล่าสุด ซิสโก้ริเริ่มโครงการอนุรักษณ์สิ่งแวดล้อมใน 4 ด้าน:
- ด้านการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม: หลักการเบื้องต้นของซิสโก้คือ การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เช่น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างชาญฉลาด และขยายต่อไปยังอุตสาหกรรมต้นน้ำสู่ปลายน้ำของซิสโก้อีกด้วย
- ด้านผลิตภัณฑ์: มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีฟังก์ชั่นการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและลดการเผาผลาญพลังงานมากที่สุด โดยซิสโก้ยังมีโครงการสำหรับการรีไซเคิลผลิตภัณฑ์อีกด้วย
- ด้านสถาปัตยกรรม: พัฒนาโครงสร้างสถาปัตยกรรมเครือข่ายและโซลูชั่นที่ช่วยให้ลูกค้า พนักงาน ดำเนินธุรกิจได้โดยลดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
- ด้านการเป็นที่ปรีกษา: ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและกระตุ้นให้คู่ค้า, ผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมต่างๆ และรัฐบาล เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
การริเริ่มในระดับองค์กรกับ Clinton Global Initiative
นายจอห์น แชมเบอร์ส ซีอีโอของ ซิสโก้ กล่าวว่า “เมื่อคลินตันได้ทาบทามเราเพื่อริเริ่มการปฎิบัติการการแก้ใขปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก เราได้ถามตัวเองว่า เราจะทำให้เทคโนโลยี ช่วยแก้ปัญหาสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนและกำลังกดดันเราอยู่ทุกวันนี้ได้อย่างไร และเราก็ได้คำตอบ นั่นก็คือ
'การวางแผนระบบชุมชนเมืองอย่างสร้างสรรค์โดยใช้เทคโนโลยีการประสานการทำงานและนโยบายที่ชาญฉลาด'
การร่วมมือในการลดก๊าชคาร์บอน
โครงการ Clinton Global Initiative (CGI) ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2005 โดยมีพันธกิจ คือแก้ไขปัญหาของโลกที่มีผลกระทบต่อชีวิตของมนุษย์ ซิสโก้เป็นพันธมิตรของโครงการนี้ ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ของบริษัทที่ต้องการลดการใช้พลังงานโดยการลดการเดินทาง โดยซิสโก้ได้ลงทุนในการพัฒนาการประสานงานเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อลดการปล่อยก๊าชคาร์บอนที่เกิดจากการเดินทาง ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นจากความมุ่งมั่นของซิสโก้ ในการลดการปล่อยก๊าชคาร์บอนได้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ โดย 20 เปอร์เซ็นต์มาจากการลดการเดินทางของพนักงาน และในปี 2007 ซิสโก้ประสบผลสำเร็จในการลด ก๊าชคาร์บอนจากการเดินทางทำให้ช่วยลดพลังงานได้ถึง 14 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าจะมีจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
ล่อร่า อิปเซ่น รองประธานสายงานด้านนโยบายระดับโลกและประสานงานกับรัฐบาล กล่าวว่า "ในอนาคต เทคโนโลยีเครือข่ายจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราสามารถบริหารจัดการ การใช้พลังงานได้ดีขึ้น และจะช่วยให้เราสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทั่วโลก ตราบใดที่เราเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต เราก็สามารถทำให้โลกเป็นสีเขียวได้"
ขณะนี้ซิสโก้กำลงลงทุนด้วยเม็ดเงินกว่า 15 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 525 ล้านบาท) เพื่อริเริ่มโครงการการพัฒนาชุมชนเมืองแห่งอนาคต (Connected Urban Development) ในการสร้างสาธารณูปโภคด้านการสื่อสารให้กับชุมชนเมือง ที่สามารถใช้เครือข่ายลดการปล่อยก๊าชคาร์บอนในระดับเมือง ระดับประเทศ ตลอดจน ในระดับบุคคล
โครงการพัฒนาชุมชนเมืองแห่งอนาคต (Connected Urban Development (CUD))
- หมายถึงอะไร : ในระยะแรก โครงการนี้ จะเป็นการระดมพันธมิตรจากเมืองต่างๆ ที่จะเข้าโครงการนำร่องคือ อัมสเตอร์ดัม, ซานฟรานซิสโก และกรุงโซล โดยจะเป็นการประยุกต์ใช้ข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อให้เกิดพฤติกรรมใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ (innovative practices) ช่วยลดก๊าชคาร์บอน โดยเมืองนำร่องแต่ละเมืองจะเน้นความเป็นเลิศจากการประยุกต์เทคโนโลยีไปในด้านที่สนใจ 2-3 ด้าน
- ทำไม: ผลที่ได้รับจะนำไปเป็นหลักปฏิบัติที่เป็นแบบอย่างให้กับเมืองอื่นๆ (blueprint of best practices) ที่ต้องการนำวิธีการดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ โดยหลักปฏิบัติดังกล่าวจะนำไปใช้กับเมืองต่างๆ ที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ในระยะที่สองและจะขยายออกไปเป็นหลักปฏิบัติสำหรับทั่วโลกในระยะที่สาม
- อนาคต: ขอบข่ายของโครงการ Connected Urban Development นี้จะขยายผลไปหลายมิติครอบคลุมทั้งในด้านของสิ่งแวดล้อม การสร้างโมเดลในการวางผังเมืองและการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนใหม่ๆ นวัตกรรมต่างๆ และการคงไว้ซึ่งรูปแบบต่างๆ ในการพัฒนาวางแผนการการจัดการของเมือง โดยล่าสุดโครงการนี้ ได้ประกาศร่วมมือกับอีก 4 เมืองใหญ่ อาทิ เบอร์มิ่งแฮม สหราชอาณจักร, ฮัมบวร์ก เยอรมันนี, ลิสบอร์น โปรตุเกส และแมดริด ประเทศสเปน
คณะกรรมการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมของซิสโก้ (Cisco Ecoboard)
ก่อตั้งขึ้นในปี 2007 ประกอบด้วย ผู้นำ 14 คนจากแผนกต่างๆ ของซิสโก้ โดยกลุ่มนี้ได้มีการทำงานร่วมกันในการสร้างกลยุทธ์ พัฒนานวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับลูกค้าอีกด้วย
พันธกิจ
ผลกระทบ ที่เกิดจากการดำเนินการของบริษัท
สร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิททธิภาพด้วยนวัตกรรมต่างๆ
จัดหา โซลูชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
กระตุ้น ให้พนักงานและคนทั่วโลกลงมือปฏิบัติ
สมาชิกกลุ่ม : กรรมการชุดนี้มี ล่อร่า อิปเซ่น รองประธานอาวุโสของ Global Policy & Government Affairs ดำรงตำแหน่งประธาน และมีจอห์น แมคคูล รองประธานอาวุโส และ GM ของ Campus Switching Systems Technology Group และรอน ริชชี่ Corporate Positioning เป็นรองประธาน นอกจากนี้สมาชิกของ Ecoboard ยังประกอบด้วยผู้นำอาวุโส จากแต่ละสายงานของซิสโก้
ผู้นำเทคโนโลยีสีเขียว
ซิสโก้เชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับโลกของเราในการรับมือกับความท้าทายของปัญหาสิ่งแวดล้อม ซิสโก้ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมต่างๆ ในการดำเนินกิจการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงโซลูชั่นต่างๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับลูกค้า ซิสโก้ยังร่วมมือกับพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และภาครัฐ ในการสร้างสรรค์โซลูชั่นส์ ที่ยั่งยืนสำหรับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ทั้งนี้ซิสโก้ได้แต่งตั้ง Paul Marcoux ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง “The Green Grid Initiative” ดำรงตำแหน่งรองประธาน Green Engineering
ซิสโก้มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำในการพัฒนาแอพลิเคชั่นและการบังคับใช้มาตรฐานต่างๆที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
ความสำเร็จของซิสโก้กับปฏิบัติการสีเขียว
- การเพิ่มขึ้นของการใช้พลังงานทดแทน 47 ล้านกิโลวัตต์ ต่อปี ในประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมิรกา
- ดำเนินการติดตั้งระบบ TelePresence 625 แห่ง กว่า 45 ประเทศ และกว่า 197 เมืองทั่วโลก
- การประชุมกว่า 53,000 ชม. ผ่าน ระบบ TelePresence ที่ตั้งอยู่ที่ออฟฟิศของซิสโก้ ที่ช่วยลดการเดินทางของพนักงาน ลูกค้า และคู่ค้า กว่าหลายพันคน
- ขณะที่การใช้พลังงานในการดำเนินกิจการของซิสโก้ เพิ่มขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์ แต่บริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 11 เปอร์เซ็นต์ เทียบเท่ากับการใช้พลังงานลดลง 14 เปอร์เซ็นต์ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 27 เปอร์เซ็นต์
รางวัลด้านปฏิบัติการสีเขียวของซิสโก้
- กลุ่ม Sustainable Silicon Valley ได้จัดอันดับให้ซิสโก้เป็นหนึ่งใน 100 องค์กรดีเด่นประจำปี 2007
- ออฟฟิศของซิสโก้ ติดอันดับหนึ่งใน 20 ของออฟฟิศที่มีสภาพแวดล้อมที่น่าทำงานที่สุด (The Best Workplace for Commuter program)
- เดือนตุลาคม ปี 2007 สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของสหรัฐ จัดให้ซิสโก้เป็นบริษัทใหญ่อันดับที่ 9 ใน Fortune500 ที่ซื้อพลังงานทดแทนในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ซิสโก้ได้ซื้อ พลังงานสีเขียว จำนวน 128,204,000 กิโลวัตต์ คิดเป็น 22 เปอร์เซ็นต์ของการใช้พลังงานสีเขียวทั้งหมดในสหรัฐ
- ซิสโก้ได้รับรางวัล 2007 Flex Your Power Award จาก PG & E ประจำมลรัฐแคลิฟอร์เนียร์ ในสาขาการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
- ซิสโก้ได้รับรางวัล Waste Reduction Awards (WRAP) ถึง 7 ครั้ง และล่าสุดในปี 2006 ซึ่งเป็นผลมาจากความสามารถในการจัดการกะบวนรีไซเคิลของเสียของบริษัทได้ถึง 69 เปอร์เซ็นต์ ( recycling 69 % of company’s waste stream)
- รางวัลจาก Queen’s Awards for Enterprise เมืองเซาท์แทมตัน แฮมเชียร์ สหราชอาณาจักร มอบให้กับScientific Atlanta’s Fibercore Limited (บริษัทในเครือซิสโก้) ในสาขา “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ในการวางระบบด้วยราคาที่เหมาะสมกับโปรแกรมที่ยั่งยืนให้กับทั่วโลก
- บริษัท ไซแอนทิฟิก แอตแลนต้า (Scientific Atlanta’s Fibercore Limited (บริษัทในเครือซิสโก้)) ได้รับรางวัล “Queen’s Awards for Enterprise” ณ เมืองเซาท์แทมตัน แฮมเชียร์ สหราชอาณาจักร ในสาขาการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ซิสโก้ช่วยวางระบบที่ยั่งยืนให้กับบริษัททั่วโลก โดยเสียค่าใช้จ่ายอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด (Cost effective)