หากมองผิวเผินธุรกิจขนส่งสินค้าหรือลอจิสติกนั้น ย่อมต้องแข่งขันกันด้วยความรวดเร็ว และค่าใช้จ่ายในการขนส่ง และความปลอดภัยของสินค้า (ไม่เสียหาย) แต่หากมองลึกลงไปแล้วก็จะพบว่า ธุรกิจขนส่งสินค้าเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นไม้เด็ดสำคัญในการเอาชนะคู่แข่ง อย่างเช่นที่บริษัท Schenker (Thai) ซึ่งลงทุนติดตั้งระบบเครือข่ายคุณภาพสูง เพื่อเชื่อมโยงแต่ละสาขา และให้บริการออนไลน์แก่ลูกค้า
คุณผจงพร สิงหบำรุง ผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ เล่าให้ฟังถึงไม้เด็ดที่ต้องให้บริการไอทีเสมือนหนึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบแก่ลูกค้าว่า “ในวงการนี้ ความแตกต่างมีน้อย ทุกบริษัทติดต่อสายการบินเดียวกัน เรือลำเดียวกัน ลูกค้าส่วนใหญ่จึงมองไม่เห็นความต่างนัก ดังนั้นเราจึงต้องสร้างจุดแข็งให้ลูกค้าเลือกใช้บริการจากเรา นั่นคือ การมีไอทีโซลูชันให้แก่ลูกค้า ไปติดตั้งระบบ ไปฝึกอบรมลูกค้าถึงบริษัท เพื่อให้กระบวนการทำงานในเรื่องการขนส่งสินค้าของลูกค้าเองเร็วขึ้น สะดวกขึ้น”
โดยโซลูชันไอทีที่คุณผจงพร พูดถึงนั้น คือ การให้บริการข้อมูลการขนส่งสินค้าแบบครบวงจร เช่น สินค้าที่ส่งไปอยู่ที่ไหน อยู่ในกระบวนการใด หรือสินค้าที่รอรับนั้นจะมาถึงเมื่อไร และเชื่อมต่อข้อมูลทั้งหมดโดยตรงกับระบบไอทีของลูกค้า ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเองสามารถประเมินได้ว่า วัตถุดิบจะมาถึงเมื่อไร ควรเริ่มกระบวนการทำงานเมื่อใด เป็นต้น
“การที่เราต้องเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบของลูกค้านี่เอง คือที่มาของปัญหา เพราะเราต้องสร้างอินเทอร์เฟซให้ตรงกับระบบของลูกค้าแต่ละราย ที่สำคัญการเชื่อมต่อในส่วนของเน็ตเวิร์กก็ต้องรู้ด้วยว่าจะเชื่อมกันอย่างไร เชื่อมแล้วก็ต้องมีเสถียรภาพด้วย จึงเป็นที่มาของการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ Cisco เพราะบริษัทแม่ และบริษัทในเครือทั้งหมดก็ใช้ Cisco ลูกค้าของเราส่วนใหญ่ก็ใช้ Cisco ซึ่งผลที่ได้ก็คือ เราเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กได้ง่าย ทำอะไรก็ง่ายไปหมด” คุณผจงพร กล่าว
เสริมการบริหารท่า ด้วยเน็ตเวิร์กไร้สาย
นอกจากจะสร้างจุดแข็งด้วยการให้บริการโซลูชันไอทีสำหรับลูกค้าแล้ว ทาง Schenker ยังลงทุนระบบเน็ตเวิร์กให้รองรับ Cisco VoIP เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายการสื่อสารระหว่างสาขาและกับบริษัทในต่างประเทศอีกด้วย
“แต่เดิมเราใช้ตู้ PABX ซึ่งเมื่อจะเพิ่มพอร์ตโทรศัพท์ก็ต้องตามช่างมา ตู้เสียทีก็ทำอะไรกันไม่ได้เลย หรือถ้าเราจะตั้งเบอร์ใหม่ ก็ต้องไปทำกันที่หน้าตู้ ซึ่งไม่สะดวกและเสียเวลามาก แถมพอตู้เก่ามากๆ ก็ไม่มีอะไหล่ กลายเป็นรุ่นตกยุค ทำให้ระยะหลังนี้พอเราจะขยายสาขา อย่างสาขาที่สนามบินสุวรรณภูมิ เราจึงมองไปถึงโซลูชันที่แก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ซึ่งก็คือ การใช้ Cisco VoIP” คุณผจงพร กล่าว ถึงสาเหตุที่ต้องลงทุนติดตั้ง Cisco VoIP
ส่วนสาเหตุที่เลือกใช้โซลูชันของ Cisco นั้น คุณผจงพร เล่าให้ฟังว่า “เราดูหลายยี่ห้อเหมือนกัน บางรายราคาดี ไม่แพง แต่มีขีดจำกัด และเมื่อเราเทียบฟีเจอร์แล้วก็พบว่ารายอื่นๆ ถ้าจะทำอย่างนั้นได้ก็ต้องซื้อออปชันเพิ่ม แต่ของCisco นั้นแม้ราคาจะสูงกว่า แต่ไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่มเลย สามารถเลือกได้เลยจะเอาพอร์ตเป็นไฟเบอร์ก็ได้ ทำให้พอเทียบราคาจริงๆ ก็พอๆ กัน ประกอบกับของ Cisco มีความทนทานสูง เรามีเราเตอร์ Cisco ตัวหนึ่งอายุ10 ปีแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังใช้งานอยู่เลย ทำให้เราไม่ต้องลงทุนอุปกรณ์ใหม่ทดแทนที่เสียบ่อยๆ ที่สำคัญ หากมีปัญหาเราก็สามารถซ่อมหรือตรวจสอบเองได้ การตั้งค่าต่างๆ ก็ทำได้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะเลย ไม่ต้องไปดูที่หน้าตู้หรือไปตามโต๊ะของพนักงานที่สายโทรศัพท์มีปัญหา”
และเมื่อทุกอย่างเป็นเน็ตเวิร์กทั้งหมด สื่อสารกันด้วย Cisco VoIP แล้ว คุณผจงพร บอกกับเราว่า “ในอนาคต หากเรามีการเปิดสาขาใหม่ก็ไม่จำเป็นต้องลงทุนตู้ PABX อีกเลย เรานำเน็ตเวิร์กไปติดตั้ง แล้วตั้งค่าเราเตอร์ให้สายโทรศัพท์วิ่งเข้ามาใช้ผ่านสำนักงานใหญ่แทน ก็ทำให้เราประหยัดเงินลงทุนไปได้อีกมาก” เรียกได้ว่าเมื่อใช้ Cisco VoIP แล้วก็ช่วยให้ลดมูลค่าความเป็นเจ้าของ (TCO) ไม่จำเป็นต้องลงทุนมากเมื่อเปิดสาขาใหม่ๆ เหมือนเคยอีกต่อไป
อนาคตการลงทุนที่มองไว้
คุณผจงพร มองว่าระบบเน็ตเวิร์กคือหัวใจสำคัญของธุรกิจที่ Schenker ดังนั้นจะเกิดปัญหาหรือดาวน์ไทม์ไม่ได้เลย “เพราะธุรกิจของเราต้องการันตีการให้บริการ 24 ชั่วโมง เอกสารสินค้าสักชิ้นจะตกหล่นหรือส่งไปยังสายการบินไม่ผ่านไม่ได้ ดังนั้น เน็ตเวิร์กต้องสำคัญ อนาคตเราจึงคิดจะเปลี่ยนเน็ตเวิร์กให้เป็นระบบเดียวกันหมด เอา Cisco เข้ามาเปลี่ยนอุปกรณ์เก่าให้หมดทุกสาขาภายในระยะเวลา 2 ปี”
คุณพจงพร สิงหบำรุง
IT Manager – Schenker (Thai) Ltd.