Training & Events

'เน็ตไรเดอร์ส' เวทีประลองฝีมือ

สำหรับเน็ตเวิร์กเกอร์ระดับเยาวชนสู่สากล

ถ้าพูดถึงการแข่งขันความรู้และทักษะด้านเน็ตเวิร์กบนโลกอินเทอร์เน็ตผ่านระบบเทเลเพรเซ้นส์ (Telepresence) ที่ใหญ่ที่สุดในยุคสังคมออนไลน์ คงหนีไม่พ้นการแข่งขัน 'เน็ตไรเดอร์ส' (NetRiders) ของนักศึกษาภายใต้โครงการ 'เน็ตเวิร์กกิ้ง อะคาเดมี' (Networking Academy) ที่ใช้เป็นเวทีพิสูจน์ฝีมือความรู้ และทักษะด้านเน็ตเวิร์ก ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีระบบเครือข่ายเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตการทำงาน การเรียนและชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น

เริ่มต้น 'เน็ตไรเดอร์ส'

โดยแนวคิดการแข่งขัน เน็ตไรเดอร์ส เริ่มทำเป็นครั้งแรกที่ฝั่งแถบประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา จนประสบความสำเร็จและขยายฐานเข้าไปจนถึงประเทศในแถบยุโรป จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2551 โครงการฯ นี้ครอบคลุมเข้ามาสู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายใต้ชื่อโครงการ 'เอเชีย แปซิฟิก เน็ตไรเดอร์ส 2008' (Asia Pacific NetRiders 2008) ซึ่งถือเป็นการแข่งขันในรูปแบบออนไลน์ เรียลไทม์ เป็นครั้งแรก ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผ่านระบบเทเลเพรเซ้นส์ (Telepresence) และเว็บเอ็กซ์ (WebEx) มีผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 15 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน, ฮ่องกง, อินเดีย, อินโดนีเซีย, เกาหลี, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์,ไต้หวัน, ไทย, นิวซีแลนด์, เวียดนาม, บังคลาเทศ และกัมพูชา

เวทีนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นสนามในการแสดงความรู้ ทักษะ และความสามารถของนักศึกษาในโครงการฯ ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกี่ยวกับความรู้ทางด้านเน็ตเวิร์ค และเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาฝีมือตัวเองให้เป็นหนึ่งในเวทีการแข่งขัน ซึ่งความรู้เหล่านี้นับเป็นหัวใจสำคัญของตลาดแรงงานบุคลากรทางด้านเครือข่าย ที่ยังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอีกเป็นจำนวนมาก

India Classroom

กิจกรรม 'เน็ตไรเดอร์ส'

ด้วยรูปแบบการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ 1. ข้อสอบแบบเลือกคำตอบที่ถูกต้อง (Multiple Choices) เน้นทฤษฎี และ2. ข้อสอบภาคปฏิบัติ เป็นเวอร์ชัวร์ แลป ผ่านซอฟต์แวร์ Packet Tracer เน้นการแก้ปัญหา และการคอนฟิคระบบเครือข่ายสามารถใช้งานได้ ซึ่งเนื้อหาข้อสอบทั้งหมด จะเป็นเรื่องของ CCNA มีทั้งเรื่องของคุณสมบัติของอุปกรณ์, โปรโตคอลต่างๆ, การคอนฟิคอุปกรณ์ รวมไปถึงการออกแบบ และแก้ปัญหาตามที่โจทย์กำหนด


ก้าวแรกการแข่งขัน

ก่อนที่จะก้าวไปสู่ประตูการแข่งขันระดับโลกอย่าง 'เน็ตไรเดอร์ส' นักศึกษาทุกคนจะต้องผ่านการประลองฝีมือความสามารถในเวทีระดับประเทศของตนเองก่อนอย่างการแข่งขัน Thailand NetRiders (National Networking Skills) ซึ่งเป็นกิจกรรมประจำปีของโครงการ'เน็ตเวิร์กกิ้ง อะคาเดมี' (Networking Academy) เพื่อให้เป็นเวทีสำหรับนักศึกษาได้มาแสดงความสามารถและรู้จักเพื่อนต่างสถาบัน รวมถึงสร้างเครือข่ายของผู้เรียนในประเทศไทยขึ้น ซึ่งผู้ชนะจากการแข่งขันดังกล่าวนี้จะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขัน เอเชียแปซิฟิก เน็ตไรเดอร์ส (APAC NetRiders) ซึ่งเป็นการแข่งขันในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่นำสุดยอดฝีมือในแต่ละประเทศมาแข่งขันกันเพื่อค้นหาทีมที่มีความสามารถสูงสุด การจัดกิจกรรมดังกล่าวจะเป็นตัวกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เรียนในการฝึกฝนทักษะทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ

ตัวแทนประเทศไทย

สำหรับตัวแทนประเทศไทยการแข่งขัน  'เอเชีย แปซิฟิก เน็ตไรเดอร์ส 2009' คือ ทีมสำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นทีมชนะเลิศการแข่งขัน National Networking Skill Competition 2009 นี้ด้วย ประกอบด้วย  

  • นายนวิน ธรรมรักษ์  นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์
  • นายศรัณย์ อรุณการณ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์
  • นายธนาวุฒิ พิชญบุญวงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์

ประสบการณ์

นายนวิน ธรรมรักษ์  นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์   กล่าวถึงการเข้าร่วมการแข่งขันว่า  "ผมได้รับประสบการณ์ที่มีค่ามากจากการแข่งขัน 'เน็ตไรเดอร์ส' ในระดับภูมิภาค ซึ่งหาโอกาสแบบนี้ได้ไม่ง่ายนัก ทำให้ได้รู้อะไรหลายๆ อย่างตั้งแต่ข้อบกพร่องของตัวเอง จุดนี้ผมสามารถนำไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อพัฒนาตัวเองให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้นได้ นอกจากนี้ผมจะนำประสบการณ์ที่ได้รับไปบอกเล่ากับรุ่นน้องที่จะมาเป็นตัวแทนต่อจากผมได้อีกด้วย

ทั้งนี้ผมมองว่าเน็ตไรเดอร์สเป็นการแข่งขันที่มีความท้าทายสูงมาก เนื่องจากเป็นการแข่งขันระหว่างประเทศ และแต่ละทีมมีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี อย่างทีมผู้ชนะจากประเทศมาเลเซียนั้น ทางมหาวิทยาลัยได้มีการเตรียมตัวแบบเข้มข้นให้กับนักศึกษาของตนเป็นระยะเวลาถึง 2 เดือนก่อนเข้าร่วม และถือว่าเป็นการแข่งขันที่มีความพร้อมสูง สามารถทำให้ตัวแทนที่อยู่คนละประเทศสามารถเข้าแข่งขันพร้อมๆกันได้ นอกจากนี้ยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ศึกษาด้านเน็ตเวิร์กได้แสดงความสามารถที่ตนเองมีอยู่ นำไปสู่การพัฒนาการศึกษาด้านระบบเน็ตเวิร์กในประเทศต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ผมคิดว่าจะนำประโยชน์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมการแข่งขัน เน็ตไรเดอร์ส ที่ได้รับจากตัวเองโดยตรงคือ การนำข้อบกพร่องหลายๆ อย่างมาปรับปรุงตัวเองให้พัฒนามากขึ้น ส่วนประสบการณ์ที่ได้รับมานั้นจะนำไปถ่ายทอดและบอกต่อแก่รุ่นน้องที่มาเข้าร่วมการแข่งขันในปีต่อๆไป ทั้งระดับประเทศและระดับภูมิภาค ซึ่งเราสามารถเน้นจุดแข็งและแก้จุดบกพร่องแก่รุ่นน้องต่อไปได้"

Brazil Classroom

ประโยชน์ที่ได้รับ

ทีมผู้ชนะการแข่งขันจะได้ไปศึกษาดูงานที่ซิสโก้สำนักงานใหญ่ ประเทศสหรัฐอเมริกา และบริษัท IT ชั้นนำอื่นๆ เป็นเวลา 5 วัน ซึ่งนักศึกษาจะได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ทั้งความรู้เเกี่ยวกับเทคโนโลยีและโซลูชั่นใหม่ๆ ซึ่งรางวัลที่ได้รับนี้ถือเป็นรางวัลที่มีคุณค่าของนักศึกษาในโครงการ เน็ตเวิร์กกิ้ง อะคาเดมี เป็นอย่างมากในการเปิดโลกทัศน์และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกคนที่ต้องอดทนฟันฝ่าการแข่งขันฯ เพื่อคัดเลือกเพื่อเป็นตัวแทนประเทศ และก้าวสู่การแข่งขันในระดับโลกต่อไป

ผลกระทบต่อสังคม

'เน็ตไรเดอร์ส' ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการแข่งขันให้มีรูแปบบที่ทันสมัยมากขึ้น โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเทเลเพรเซ้นส์ (Telepresence) และเว็บเอ็กซ์ (WebEx)มาผสมผสานกัน ทำให้เกิดรูปแบบการแข่งขันออนไลน์ เรียลไทม์ ที่ยังคงบรรยากาศการแข่งขันไว้ได้อย่างสมจริง โดยที่ผู้เข้าแข่งขันไม่จำเป็นต้องเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศ ทำให้ลดปัญหาเรื่องความเหนื่อยล้าและการปรับตัวจากการเดินทาง อีกทั้งยังมีผลช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย ดังนั้นรูปแบบการแข่งขันนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้กับการจัดงานแข่งขันที่สร้างผลกระทบในแง่บวกกับสังคม

ความท้าทาย

ความท้าทายในการจัดการแข่งขัน เน็ตไรเดอร์ส เนื่องจากการแข่งขันเป็นรูปแบบออนไลน์เรียลไทม์ที่ต้องแข่งพร้อมหลายๆ ประเทศนั้น ดังนั้นการจัดตารางเวลาในการแข่งขันให้เหมาะสมถือเป็นความท้าทายอีกอย่างหนึ่งของผู้จัดงาน นอกจากนี้ในแต่ละประเทศที่เข้าร่วมจะต้องมีระบบ Infrastructure ที่ดีที่ใช้รองรับการแข่งขัน โดยต้องมีการทดสอบก่อนที่จะใช้ในการแข่งขันจริง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาในระหว่างแข่งขัน และสร้างความเท่าเทียมกันให้ทุกทีม

โครงการ เน็ตเวิร์กกิ้ง อะคาเดมี

คุณสมบัติสำคัญของผู้เข้าร่วมการแข่งขัน  'เน็ตไรเดอร์ส' นั้น นักศึกษาทุกคนจะต้องศึกษาอยู่ในโครงการ เน็ตเวิร์กกิ้ง อะคาเดมี  (Networking Academy)  ของสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการฯ  เปิดตัวเป็นครั้งแรกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2540  โดยมีสถานศึกษา 64 แห่งใน 7 มลรัฐเข้าร่วมโครงการฯ ปัจจุบันโครงการฯ ได้ขยายขอบเขตครอบคลุมกว่า 150 ประเทศทั่วโลก มีผู้เรียนกว่า 1.6 ล้านคนที่สมัครเข้าเรียนในสถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรกว่า 10,000 แห่ง โดยสถาบันเหล่านี้ตั้งอยู่ตามโรงเรียนมัธยม โรงเรียนอาชีวะศึกษา วิทยาลัย มหาวิทยาลัย และองค์กรในชุมชนต่างๆ ทั่วโลก

สำหรับในประเทศไทย เริ่มแนะนำโครงการฯ นี้สู่สถาบันการศึกษาไทยตั้งแต่ปีพ.ศ. 2542 ปัจจุบันมีสถาบันที่เข้าร่วมโครงการฯ มากกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ ทั้งสถาบันการศึกษาของภาครัฐ และเอกชน สถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับการแต่งตั้งเป็น Networking Academy ตามหลักสูตรที่เปิดสอน โดยสถาบันการศึกษาที่รับผิดชอบบทบาท ครูผู้สอนระดับภูมิภาค (Regional Academy) สำหรับหลักสูตร CCNA มี 3 แห่งได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และหลักสูตร IT Essentials ครูผู้สอนระดับภูมิภาค (RA) นี้ คือมหาวิทยาลัยรังสิต
 
ซึ่งหลักสูตรที่เปิดสอนอยู่ในประเทศไทยจะมีตั้งแต่หลักสูตรขั้นพื้นฐาน (Entry Level) จนถึงหลักสูตรในระดับผู้เชี่ยวชาญ (Professional Level) ได้แก่ IT Essential, CCNA (Cisco Certified Network Associate), CCNA Security (Cisco Certified Network Associate – Security) และ CCNP (Cisco Certified Network Professional)

 ท้ายสุดนี้โครงการ 'เน็ตไรเดอร์ส' นับเป็นเวทีการแข่งขันระดับโลกบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ที่ช่วยพัฒนา และเพิ่มศักยภาพให้นักศึกษาในโครงการ เน็ตเวิร์กกิ้ง อะคาเดมี ได้มีโอกาสแสดงฝีมือความรู้ด้านเน็ตเวิร์ก ก่อนที่จะเข้าสู่โลกการทำงานจริงต่อไปในอนาคต   

ติดต่อขอข้อมูล