เว็บเซอร์วิส : มาตรฐานใหม่ของธุรกิจ |
![]() |
มาตรฐานในการรวมวิถีทางในการดำเนินธุรกิจและแอพพีเคชันเข้าไว้ด้วยกันอินเทอร์เน็ตได้วางรากฐานของเศรษฐกิจยุคใหม่ หรือที่เรียกว่ายุคแห่งการสื่อสารข้อมูล ซึ่งได้ทลายขีดจำกัดของการทำธุรกิจ ที่สามารถให้เจ้าของผลิตภัณฑ์ พันธมิตรคู่ค้า ตลอดจนลูกค้า มีการสื่อสารและทำงานร่วมกัน แต่ทั้งนี้ในขณะที่มี ไอพี (Internet Protocol) เป็นมาตรฐานสากลในการเชื่อมต่อโครงข่ายข้อมูลและเสียง โดยทางด้านบริษัทและองค์กรธุรกิจ ได้ใช้แอพพิเคชันต่างๆ ที่ถูกพัฒนามาจากหลากหลายแพลทฟอร์ม หลากหลายระบบปฏิบัติการ หลากหลายภาษา ในการเขียนโปรแกรม และถึงแม้ว่าบริษัทต่างๆ สามารถที่จะเชื่อมต่อแอพพิเคชันต่างๆ เข้าด้วยกันได้ แต่การทำเช่นนั้นก็มีค่าใช้จ่ายที่สูง และมีความซับซ้อนมาก ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้มีความต้องการมาตราฐานกลางขึ้น และทำให้แวดวงอุตสาหกรรมซอฟ์ทแวร์ ต้องการที่จะแก้ปัญหานี้ด้วยเว็บเซอร์วิส ก่อนอื่นลองมาเข้าใจความหมายของเว็บเซอร์วิสกันเสียก่อนซึ่งคำว่า "เว็บเซอร์วิส" ฟังดูแล้วก็ยังสับสนอยู่ โดยในปัจจุบันเว็บเซอร์วิสบนอินเทอร์เน็ตนั้น ช่วยให้บริษัทสามารถเชื่อมต่อแอพพิเคชันต่างๆ เข้าด้วยกัน และช่วยแปลงมาตรฐานของแอพพิเคชันต่างๆ ให้สามารถแบ่งปันข้อมูลระหว่างกันได้ และในอนาคตอันใกล้นี้ได้มีการทำนายว่า บริษัทและองค์กรธุรกิจต่างๆ จะหันมาซื้อหรือเช่า ใช้บริการแอพพิเคชันบนอินเทอร์เน็ตในทุกๆ ด้านของการดำเนินธุรกิจ และนั่นก็คือเว็บเซอร์วิสที่แท้จริง ในปัจจุบันหลายบริษัทได้พัฒนาเว็บเซอร์วิสที่สามารถเรียกข้อมูลจากระบบบริการลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management, CRM) และเชื่อมต่อเข้ากับระบบจัดจำหน่ายและการขาย ตลอดจนสามารถให้พนักงานขาย สามารถเข้าถึงข้อมูลของสินค้าคงคลัง โดยผ่านระบบจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) ได้อีกด้วย โดยความคล่องตัวต่างๆ ที่กล่าวมานี้เกิดจากความสามารถในการรวมองค์ประกอบด้านซอฟ์ทแวร์ จากพันธมิตรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคู่ค้า ลูกค้า หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ ส่วนทางด้านบริษัทวิจัยได้คาดหมายว่า ในปี 2546 นี้มากกว่า 40 เปอร์เซนต์ของการเชื่อมต่อและส่งผ่านข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต จะมีการนำองค์ประกอบทางเว็บมาใช้งานในหลากหลายองค์กร และเว็บเซอร์วิสจะเป็นกลจักรสำคัญ ในการใช้แอพพิเคชันใหม่ๆ ภายในปี 2457 นี้ ความสามารถในการรวมเอาแอพพิเคชันต่างๆ นั้น อาศัยการใช้งานของโปรแกรมภาษา XML (extensible markup language) และมาตรฐานด้านการเขียนโปรแกรม XML ที่ถูกใช้ในการแปลงเอกสาร และแอพพิเคชันต่างๆ ให้สื่อสารกันได้ และเมื่อทุกส่วนขององค์ประกอบต่างใช้มาตรฐาน XML อันเดียวกันแล้ว แอพพิเคชันต่างๆ สามารถแบ่งปัน ข้อมูลต่างๆ กันได้ โดยไม่ขึ้นอยู่กับโปรแกรมภาษาที่ใช้เขียน หรือระบบปฏิบัติการ และอุปกรณ์ต่างๆ ความง่ายของ XML และเว็บเซอร์วิส ได้ให้ทางเลือกแก่ผู้ใช้ในการเลือกใช้ฮาร์ดแวร์ และซอฟท์แวร์ โดยไม่ต้องพะวงกับค่าใช้จ่ายในการทำงานร่วมกันอย่างที่เคยต้องเสียเหมือนในอดีต ซึ่งถ้าสถานะการณ์ของตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลง ทางบริษัทก็สามารถปรับเปลี่ยนแอพพิเคชันที่ใช้อยู่บนวินโดว์ มาใช้โปรแกรมบนลีนุกส์ ได้โดยที่ยังสามารถทำงานร่วมกับระบบฐานข้อมูลของบริษัท และแอพพิเคชันของผู้ใช้ ที่ยังคงเป็นวินโดว์อยู่ได้อย่างไม่มีปัญหา ในแวดวงอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ ต่างก็เห็นความสำคัญและความสามารถของ XML ในการอุดช่องโหว่ของระบบที่แตกต่างกัน โดยผู้ค้ารายใหญ่ๆ ได้ทำตลาดแพลทฟอร์มที่รองรับ XML และซอฟท์แวร์ในการพัฒนาระบบ ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างเว็บเซอร์วิสของตนเองได้ อาทิเช่น Microsoft.NET ของค่ายไมโครซอฟท์ Open Net Environment (ONE) ของบริษัท ซัน ไมโครซีสเต็มส์ และ Web Service ของค่ายไอบีเอ็ม ทั้งนี้ด้วยการใช้เครื่องมือซอฟท์แวร์พัฒนา ระบบของค่ายต่างๆ ที่กล่าวมา หรือจากรายอื่นๆ จะสามารถช่วยให้องค์กรธุรกิจ สร้างเว็บเซอร์วิสของตนเองที่ใช้ XML ในการแปลและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างแอพพิเคชันต่างๆ เว็บเซอร์วิสได้ทำให้อินเทอร์เน็ตกลายเป็นระบบปฏิบัติการพื้นฐานไปโดยปริยาย และผู้ค้าด้านซอฟท์แวร์ได้มองไปถึงอนาคตข้างหน้า โดยเมื่อธุรกิจต่างๆ มีการต่อเชื่อมเข้ากับอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้วิสัยทัศน์สำหรับอนาคตของเว็บเซอร์วิส เป็นอะไรที่มากไปกว่าการเชื่อมรวมโปรแกรมต่างๆ เข้าด้วยกัน แต่สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นคือ ซอฟท์แวร์แอพพิเคชันที่เป็นแบบ plug-and-play ที่มีให้ใช้ตามความต้องการผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ด้านผู้นำทางเทคโนโลยีต่างๆ ได้มีแผนที่จะวิจัย และพัฒนาออนไลน์เว็บเซอร์วิส ที่สามารถรองรับการใช้งานกับทุกส่วนงานในการดำเนินธุรกิจโดยบริษัทต่างๆ แค่เพียงค้นหารายชื่อของแอพพิเคชันที่ต้องการ และดาวน์โหลดสิ่งที่ต้องการมาใช้งานได้ทันที ด้วยเหตุผลที่ว่า เว็บเซอร์วิสนั้นใช้มาตรฐานในการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเดียวกันนั่นเอง อย่างไรก็ดีคงมีคำถามมากมายที่ต้องการคำตอบ ก่อนที่เว็บเซอร์วิสจะประสบความสำเร็จเหมือนฝันที่เป็นจริง ตัวอย่างคำถามเช่น ใครหรือหน่วยงานใดจะเป็นผู้ตัดสิน และกำหนดมาตรฐานของคำศัพท์โปรแกรมภาษา? ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟท์แวร์จะมีวิธีการจัดการด้านความปลอดภัยอย่างไร? ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ถ้าผู้ค้าซอฟท์แวร์ไม่สามารถส่งมอบบริการที่สัญญาไว้ได้? ถ้าลูกค้าให้ความไว้วางใจในการทำโฮสท์เว็บเซอร์วิส สำหรับงานที่มีความสำคัญต่อธุรกิจแล้ว ผู้ให้บริการจะรับประกันความพร้อมในการให้บริการ (Availability) และความเสถียรของระบบ (Reliability) ได้อย่างไร? คำถามเหล่านี้เป็นเพียงประเด็นที่ทุกฝ่ายกำลังพยายามในการหาคำตอบ เพื่อให้เกิดการใช้งานจริงของเว็บเซอร์วิส ถึงแม้ว่าเราจะไม่ทราบแน่นอนว่า เมื่อไรที่ตลาดจะพร้อมกับรูปแบบการใช้งานของเว็บเซอร์วิส อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์ก็ยังมีความเชื่อมั่นว่า ทุกประเด็นคำถามจะมีคำตอบในไม่ช้า ในปัจจุบันหลายต่อหลายบริษัท กำลังทดลองและพัฒนากลยุทธ์ต่างๆ ในขณะที่ต้องจับตากับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ของตลาดเว็บเซอร์วิส และก็ได้มีบริษัทจำนวนมากมาย ที่ได้มีการใช้งานเว็บเซอร์วิสเรียบร้อยแล้ว ในการต่อเชื่อมเข้ากับแอพพิเคชันภายในองค์กร ที่ติดตั้งอย่างปลอดภัยเบื้องหลังไฟร์วอลล์ (Firewall) ขององค์กรนั้นๆ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจบริษัทรถเช่า ได้สร้างเว็บเซอร์วิสของตนเองขึ้น โดยเชื่อมต่อข้อมูลกับพันธมิตรที่เป็นสายการบิน ที่สามารถสื่อสารตรงเข้ากับระบบสำรองรถยนต์ล่วงหน้าของบริษัท และอีกตัวอย่างหนึ่งคือ บริษัทจัดส่งสินค้าได้พัฒนาเว็บเซอร์วิส ที่สามารถแบ่งปันข้อมูลด้านตารางจัดส่ง และปริมาณสินค้า ให้กับบริษัทเดินรถที่เป็นพันธมิตรกันในแบบเรียลไทม์เว็บเซอร์วิส จะเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่ยุคของเศรษฐกิจอินเทอร์เน็ต ที่มีการเชื่อมต่อถึงกันทั้งระบบ หรืออย่างน้อยด้วยแอพพิเคชันที่ใช้บนมาตรฐาน XML เดียวกัน ก็ทำให้ธุรกิจต่างๆ ทำงานได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีความท้าทาย อีกมากมายให้คอยติดตามต่อไป |
