การบริหารจัดการด้านการเงินแบบจุลภาค (Micro-Money Management)

การบริหารจัดการด้านการเงินแบบจุลภาค (Micro-Money Management)

ภายหลังการเริ่มต้นอย่างช้าๆของบริการชำระค่าบริการแบบออนไลน์ ปัจจุบันได้พบกับความท้าทายใหม่ของเว็บ คอมเมิร์สและรูปแบบการให้บริการที่ล้ำสมัย

รูปแบบบริการชำระค่าบริการแบบออนไลน์ ได้เติบโตขึ้นเนื่องจากเป็นทางออกที่ดี สำหรับบริษัทที่เสนออัตราค่าบริการ และราคาสินค้าที่ถูกกว่าท้องตลาด โดยเป็นการขายสินค้า/บริการแบบออนไลน์ เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่เงิน จำนวนมากได้หมุนเวียนไปในธุรกิจแบบออนไลน์ และก็ได้มีทางเลือกใหม่ในรูปแบบการให้บริการชำระค่าบริการ แบบออนไลน์ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการชำระเงินจำนวนไม่มากผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งในที่สุดก็ได้กลายเป็นโซลูชันสำหรับปัญหากวนใจบริษัท และผู้ประกอบการที่มีฐานธุรกิจอยู่บนบริการ และสินค้าราคาต่ำๆ อาทิเช่น บทความออนไลน์ เพลงออนไลน์ และเกมส์ออนไลน์ ในการที่จะทำกำไรจากเว็บคอมเมิร์สนี้

แม้ว่านักวิเคราะห์จากที่ต่างๆ ได้มีการคาดการณ์ไว้ว่า ตลาดของการชำระค่าบริการที่มียอดชำระต่ำนี้ จะมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่แนวคิดนี้ก็ยังคงพยายามค้นหาทางออก และจุดเด่นของตนอยู่ในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งของความท้าทายที่ประสบกันอยู่สำหรับการชำระค่าบริการที่มียอดชำระต่ำนี้ โดยมากแล้วผู้ประกอบการไม่ค่อยสะดวก ในการต่อเชื่อมการบริการกับแอพพิเคชัน หรืออีกนัยหนึ่งคือ ไม่อยากไปยุ่งยากกับการใช้แอพพิเคชันอย่างเช่น แอพพิเคชันการประมูล แบบออนไลน์

ทางด้านผู้ใช้เองเมื่อผ่านเข้ามาในวงจรการลงทะเบียนแรกเข้า ติดตั้งซอฟท์แวร์ และพบว่าธุรกิจอื่นๆ รวมทั้งบุคคลทั่วไป ที่เข้ามาใช้ระบบชำระเงินอันเดียวกันนั้น ทำให้พวกเขารู้สึกไม่ปลอดภัย และหลายต่อหลายบริษัทที่ได้พยายามนำเอาระบบการชำระเงินนี้มาใช้งาน ก็ได้พบว่าลูกค้าของพวกเขามีความลังเล และไม่ยอมที่จะชำระเงินผ่านระบบเลย ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า ผู้ใช้โดยทั่วไป มีความรู้สึกไม่สะดวกใจในการชำระค่าบริการ สำหรับข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ต

ผลที่ตามมาก็คือบัตรเครดิต ได้กลายเป็นมาตรฐานกลาง ในระบบการชำระค่าบริการแบบออนไลน์ ทั้งนี้เนื่องจากว่าเป็น ระบบเดิมที่ผู้ใช้บริการมีอยู่แล้ว และมีความคุ้นเคยในการใช้งาน รวมทั้งมีความง่ายในการใช้งาน แต่อย่างไรก็ตาม การทำธุรกรรมผ่านบัตรเครดิต จะใช้งานได้ดีสำหรับการชำระค่าสินค้า และบริการ ที่มียอดชำระเป็นหลักร้อยหลักพันขึ้นไป แต่ทั้งนี้เมื่อคิดถึงค่าธรรมเนียมประมาณ 10 – 20 บาทต่อการทำธุรกรรมหนึ่งครั้ง รวมเข้ากับค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต 2.5% - 3.5% ของยอดรวมราคาสินค้าและบริการแล้ว จะทำให้สินค้า/บริการนั้นมีราคาแพงมาก บางครั้งถึงขนาดที่ว่าเข้าข่ายขาดทุนได้ ถ้าเทียบอัตราส่วนของยอดชำระ ต่อการทำธุรกรรมทั้งหมดที่ต่ำกว่า 400 บาท

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาได้มีการใช้งานแอพพิเคชันใหม่ เช่นตลาดของการประมูลแบบออนไลน์ จนทำให้ธุรกิจนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในส่วนของการชำระเงินแบบออนไลน์ ที่ได้มีการเสนอการชำระเงินแบบโดยตรง ให้กับบุคคลทั่วไปและ บริษัทให้สามารถทำธุรกรรมได้โดยไม่ต้องมีเช็ค บัตรเครดิตหรือเงินสดเลย นอกจากนี้ยังมีการให้บริการป้องกันการหลอกลวง และการซื้อขายปลอมอีกด้วย เนื่องจากผู้ใช้บริการต้องลงทะเบียน โดยใช้บัตรเครดิต หรือบัญชีธนาคาร ก่อนที่จะสามารถเข้ามาประมูลสินค้าได้ ซึ่งในทวีปยุโรป บริษัทด้านโทรคมนาคมก็ได้มีการนำระบบชำระค่าบริการ มาใช้งานโดยลูกค้าสามารถชำระผ่านทางบัตรโทรศัพท์ได้

และในอีกไม่ช้าไม่นานนี้ระบบชำระเงินแบบไร้สาย จะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ และเมื่อถึงวันนั้นผู้ใช้บริการ หรือผู้บริโภคก็จะเริ่มมีการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา (PDA) และโทรศัพท์มือถือ มาเป็นอุปกรณ์ในการจ่ายค่าน้ำมัน เกมส์ออนไลน์ เพลงออนไลน์ ฟาสฟูด์ เครื่องขายน้ำและขนมอัตโนมัติ ตลอดจนค่าบริการรถ ไฟฟ้าและอื่นๆ อีกมากมาย

โดยในประเทศสิงคโปร์ได้มีการทดลองใช้งาน การชำระค่าสินค้าและบริการ ผ่านทางสมาร์ทการ์ดที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทดลองจำนวนไม่น้อยทีเดียว โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือจากทางรัฐบาลสิงคโปร์ และบริษัทเอกชนที่สนับสนุนด้านเทคโนโลยี ซึ่งถือว่าเป็นโครงการนำร่องที่น่าชื่นชม ซึ่งจากการทดลองนี้ผู้ร่วมโครงการ จะใช้โทรศัพท์มือถือที่มีสมาร์ทการ์ดชำระค่าบริการต่างๆ ในการใช้ชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน แวะทานอาหารว่างในร้านกาแฟ จนไปถึงการช้อปปิ้งในซุปเปอร์มาร์เก็ตก่อนกลับบ้าน หรือแม้แต่การซึ้อบัตรเข้าชมภาพยนต์ 

ในเบื้องต้นได้มีร้านค้าที่ร่วมโครงการนำร่องนี้เพียงบางแห่ง ซึ่งจะมีการติดป้ายสัญลักษณ์ไว้ว่า สามารถรับชำระค่าสินค้า และบริการ ผ่านทางระบบชำระเงินใหม่นี้ โดยที่ผู้ใช้บริการเพียงแต่สั่งสินค้า หรือบริการ แล้วนำเอาโทรศัพท์มือถือที่มีสมาร์ทการ์ด มาแตะบนแป้นรับสัญญาณ เพียงแค่นี้ค่าบริการก็จะถูกหักออกจากบัญชีในธนาคารของผู้ใช้ทันที เรื่องราวที่เล่ามานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ไกลตัวอะไร โดยที่โครงการทดลองนี้ เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วในประเทศสิงคโปร์ 

สำหรับในบ้านเรานั้นก็ได้มีบริษัทเอกชนที่มีเทคโนโลยีต่างๆ อยู่ในมือ และพร้อมที่จะเสนอรูปแบบการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ แต่สิ่งที่ต่างกันระหว่างเราและประเทศเพื่อนบ้านนั้น คงจะเป็นความร่วมมือกันอย่างจริงจังทั้งในภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างที่กล่าวมาว่า ต้องมีความร่วมมือกันจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ บริษัทด้านการเงินการธนาคาร ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอีกหลายหน่วยงานที่จะ ต้องมีการเชื่อมโยงต่อกันทั้งระบบ ถึงจะประสบความสำเร็จได้

ในการที่จะให้ระบบชำระค่าสินค้า/บริการแบบออนไลน์ประสบความสำเร็จได้นั้น ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงความ สะดวกสบายในการซื้อสินค้า/บริการ โดยที่ลูกค้าจะได้มองเห็นคุณค่าของการใช้บริการในด้านความสะดวก ตลอดจนระบบธุรกรรมการชำระเงิน ต้องดำเนินไปอย่างไม่มีขอบเขต นั้นคือการเชื่อมต่อกันทั้งระบบ เพื่อรองรับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ตั้งแต่ตื่นนอนเช้าจนกระทั่งเข้านอนอีกครั้ง และนี่จะเป็นปัจจัยหลักในการที่จะทำให้ระบบการ ชำระเงินรูปแบบใหม่นี้เป็นจริงได้ในอนาคต