โรงพยาบาลยุคอินเทอร์เน็ต

โรงพยาบาลยุคอินเทอร์เน็ต

ทุกวันนี้เทคโนโลยีได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการสาธารณะสุข และการรักษาพยาบาลไปเสียแล้ว ซึ่งโรงพยาบาลและแพทย์ ต่างก็ได้หันมาใช้เว็บ ในการเพิ่มความรวดเร็ว, คุณภาพ และประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วย ในขณะที่สถานพยาบาลอีกหลายแห่งทั่วโลก ก็ได้นำเอาเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา (PDA –personal digital assitants) และเครื่อง tablet PCs มาใช้ในการกรอก และตรวจสอบข้อมูลผู้เข้าการรักษาผ่านระบบเครือข่ายไร้สายภายในอาคาร แทนที่การใช้ กระดาษและแฟ้มประวัติผู้ป่วยอย่างในอดีต

กว่าร้อยปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีได้สร้างสรรประโยชน์มากมายในการรักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นหูฟังแพทย์ (stethoscope) ในปี พ.ศ.2359 หรือการประดิษฐ์หัวใจเทียมได้สำเร็จในปี พ.ศ.2525 และยังคงพัฒนาต่อไป สำหรับภาระกิจหลักในการรักษาชีวิตมนุษย์ให้ยืนยาว อย่างไรก็ตามการยกระดับการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ ไปสู่คนกลุ่มใหญ่นั้น เป็นงานที่ต้องทุ่มเทอย่างมาก

ค่ารักษาพยาบาลที่สูง บวกกับทรัพยากรทางการแพทย์ที่มีอยู่อย่างจำกัดนั้น นับเป็นความท้าทายสำหรับการรักษาผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยวิธีการรักษาพยาบาลแบบใหม่ และจำนวนประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้น ยิ่งทำให้ความสามารถในการรักษาผู้ป่วยอย่างรวดเร็วและปลอดภัยนั้น ยิ่งทวีความท้าทายมากขึ้น โดยต้องอาศัยระบบฐานข้อมูลที่มีความถูกต้อง และปราศจากข้อผิดพลาดในทุกขั้นตอน ซึ่งต้องมีการเก็บข้อมูลทุกอย่าง ตั้งแต่ผู้ป่วยเข้ามาในสถานพยาบาล ผ่านแพทย์พยาบาลของแผนกใดบ้าง ตลอดจนข้อมูลการรักษาพยาบาลต่างๆ

ในปัจจุบันหลายต่อหลายประเทศ กำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านการแพทย์ และหนทางหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้ก็คือ ความคิดริเริ่มในการนำเทคโนโลยีมาใช้งาน เพียงแค่การใช้ระบบเว็บ และเครือข่ายไร้สายภายในอาคาร ก็สามารถเปลี่ยนแปลงการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ ตลอดจนการรักษาพยาบาลผู้ป่วยได้อย่างมาก ตัวอย่างหนึ่งในทวีปยุโรปนั้น ได้มีการเปิดเว็บไซท์ของโรงพยาบาล ที่ผู้ป่วยสามารถเรียกดูรายงานบันทึกการรักษาพยาบาลได้แบบออนไลน์ ตลอดจนการจองตารางนัดหมายกับแพทย์ และการซื้อยาเพิ่มตามใบสั่งแพทย์ และในอีกหลายแห่ง ก็ได้สร้างระบบการป้อนข้อมูลผู้ป่วยผ่านทางเว็บ เพื่อให้แพทย์และพยาบาลได้ป้อนข้อมูล ตลอดจนเรียกดูประวัติผู้ป่วยได้แบบออนไลน์ นอกจากนี้ ภาพเอ็กซเรย์และผลการตรวจต่างๆ จากห้องแล็ป สามารถป้อนเข้าสู่ระบบ และพร้อมที่จะให้แพทย์ผู้ให้การรักษาเรียกดูแบบออนไลน์ได้อีกด้วย

อินเทอร์เน็ตได้เข้ามาแทนที่โทรศัพท์, แบบฟอร์มกระดาษ และกระบวนการที่เสียเวลาออกไป โดยได้นำเอาวิถีทางใหม่ สำหรับผู้ป่วยและแพทย์ ในการติดต่อสื่อสารกัน ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพในการรักษาพยาบาล ที่อาศัยอินเทอร์เน็ต โพโตคอล (Internet Protocol, IP) โดยมีโรงพยาบาลหลายแห่งในสหรัฐและยุโรป ได้มีการนำเอาระบบโทรศัพท์ไอพี และไอพีวีดีโอคอนเฟอร์เลนส์ (IP Videoconferencing) เข้ามาช่วยในการสื่อสารข้อมูล ตลอดจนการทำงานร่วมกันผ่าน ระบบออนไลน์ ซึ่งแพทย์สามารถสั่งการตรวจเอ็กซเรย์ หรือรับผลการตรวจต่างๆ จากที่ใดก็ได้ และให้การรักษาทางไกล ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เลนส์ และแพทย์สามารถให้ใบสั่งยาแบบอิเล็คทรอนิกส์ ซึ่งจะถูกส่งไปยังสถานที่จ่ายยาที่ใดก็ได้ โดยทั้งหมดนี้เป็นที่มาของการรักษาแบบทางไกลหรือ telemedicine ซึ่งนับเป็นแนวโน้มใหม่ในการรักษาพยาบาล