พิธีกรหญิง ชาย

-

กล่าวทักทายผู้ฟัง วันนี้จะมีแขกพิเศษ ผู้บริหารของบริษัทcisco คุณมงคล อัศวโกวิทกร คุยถึงเรื่องแนวคิดการทำโมบายออฟฟิต มาใช้กับการทำงานในองค์กรของเค้า แล้วประสบความสำเร็จ มีคน 200คน แล้วมีที่นั่งทำงานเพียง 50 ที่ ทำงานได้ยังไง แล้วก็ทำงานได้กันทั่วโลก เราก็จะมาคุยมุมมองว่า การบริหารจัดการ นโยบายเรื่อง เค้าทำกันยังไง

พิธีกรชาย

-

คุณมงคลใช้โทรศัพท์มือถือ หรือโทรศัพท์ที่ใช้ในสำนักงานครับ

คุณมงคล

-

ผมใช้โทรศัพท์ ไอทีโฟน ในสำนักงานของผม สัญญาณชัดเจนมั้ยครับ

พิธีกรชาย

-

ชัดเจนครับ ไอทีโฟนนี้เป็นยังไงครับ คุณมงคล และดียังไงครับ ช่วยบอกหน่อย

คุณมงคล

-

ไอทีโฟน เป็นระบบโทรศัพท์พื้นฐาน โดยเป็นเทคโนโลยีแบบใหม่ ผ่านเทคโนโลยีของไอที หรือระบบแลนนั่นเอง ในแง่ของลักษณะการทำงานติดต่อ กับลักษณะผู้ใช้จะเหมือนเดิมทุกประการ ในแง่ของการทำระบบจะเปลี่ยนไป คือเราจะสามารถติดต่อสื่อสารกันผ่านทางสายแลนได้ แทนที่จะเป็นโทรศัพท์แบบปกติ

พิธีกรหญิง

-

นี่ถือได้ว่าเป็นโทรศัพท์แห่งอนาคตเลยใช่มั้ยคะ

คุณมงคล

-

ไม่ใช่หรอกครับ เป็นโทรศัพท์ปัจจุบันแล้วครับ

พิธีกรชาย

-

ผมเคยโทรไปหาเพื่อนที่อยู่บริษัท cisco โทรเข้าไปแล้ว โทรเข้าไปที่เบอร์มือถือ แล้วเบอร์มือถือเนี่ยไม่ติด ผมก็ไม้รู้หรอก แล้วเค้าก็โอนไปที่ปลายทาง ที่สำนักงานใหญ่ที่ซานฟรานโดยที่ผมไม่รู้เลยว่าผมคุยกับเค้าอยู่ที่ซานฟราน หลักการทำงานของมันคือยังไงครับ

คุณมงคล

-

จริงๆ ก็คือ ก็อย่างที่ชื่อของมันบอกคือ ไอทีโฟน ก็คือการนำสัญญาณเสียงที่คุยกัน ผ่านวิ่งอยู่บนระบบไอทีเน็ตเวอร์ค

พิธีกรชาย

-

ไอทีเน็ตเวอร์คก็คือ อินเตอร์เน็ตที่เราใช้กันอยู่ใช่มั้ยครับ

คุณมงคล

-

ใช่ครับ

พิธีกรหญิง

-

แต่ว่าในปัจจุบันนี้ ยังจำกัดอยู่เฉพาะองค์กรใหญ่ๆ ที่เค้าใช้กันอยู่หรือเปล่าคะ

คุณมงคล

-

ไม่จำเป็นครับ องค์กรขนาดเล็กก็ใช้กันมากมาย อยู่ที่ว่าเรามีความต้องการที่จะเปลี่ยนระบบของเรามาสู่ยุคไอทีหรือเปล่า มันก็มี ข้อดีหลายอย่าง เช่น โทรเข้ามาในออฟฟิต ขณะที่ผมนั่งอยู่ที่อเมริกา พวกคุณก็ไม่ทราบ ผมสามารถเอาเอ็กเทนชั่นของผม จากที่โต๊ะไปปรากฎที่อเมริกาได้ทันที เมื่อผมไปนั่งที่ออฟฟิตที่โน้น หรือแม้กระทั้งว่า ผมไปพักอยู่ที่โรงแรมตอนกลางคืน ผมนั่งทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตอยู่ ผมจะมีซอฟต์แวร์ตัวหนึ่ง ชื่อ ไอดีคอมมูนิเกเตอร์ เหมือนการจำลองโทรศัพท์เข้ามาอยู่ในโน๊ตบุ๊คเลย เวลามีคนโทรเข้ามาที่โต๊ะผม มันก็จะดังที่โน๊ตบุ๊คผมเลย เราสามารถที่จะรับสายคุยงานได้ปกติทุกอย่าง

พิธีกรชาย

-

มันจะคล้ายๆ การฟอเวิดโทรศัพท์ไปยังอีกเบอร์หนึ่งหรือเปล่า

คุณมงคล

-

ไม่ใช่ครับ เป็นสายเอ็กเทนชั่น เป็นเบอร์นั้นเลยโดยตรง ไม่ใช่การฟอเวิด

พิธีกรชาย

-

สมมุติว่าผมทำงานอยู่ที่ทำงาน แล้วทุกคนทราบว่า เบอร์ที่ออฟฟิตของผมเบอร์อะไร เบอร์ต่อที่โต๊ะผมเบอร์อะไร เช่นเบอร์ 123 ผมไปนั่งที่ไหนก็ได้ขอให้มีอินเตอร์เน็ตใช่มั้ยครับ

คุณมงคล

-

ถ้าเราไม่ได้อยู่ในออฟฟิต เราก็เปิดโน๊ตบุ๊คแล้วต่ออินเตอร์เน็ต แล้วก็รันซอฟต์แวร์ ไอดีคอมมูนิเกเตอร์เข้าไป ตัวเอ็กเทนชั่นที่โต๊ะของเราเนี่ย จะมาโผล่ที่โน๊ตบุ๊คของเราเลย ฉะนั้น เมื่อมีคนติดต่อเรามาไม่ว่าเราจะนั่งอยู่ที่ไหนในโลก เราก็จะรับสายได้ แต่คนที่โทรมาจะไม่รู้หรอกว่าเราอยู่ที่ไหน ก็จะเห็นประโยชน์ในแง่ของค่าใช้จ่าย และการคร่องตัวของการทำงานมันจะมีมากขึ้นกว่าระบบโทรศัพท์แบบดั่งเดิม

พิธีกรหญิง

-

สมมุติว่า ข้อมูลใดก็ตามที่อยู่ในเซิฟเวอร์ ไอทีโฟนสามารถนำมาแสดงผลได้หรือเปล่า ถ้าเราต้องการข้อมูลในนั้น

คุณมงคล

-

ได้ครับ อันนี้ก็เป็นประโยชน์อีกอันหนึ่ง เราสามารถสร้างแอพพลิเคชั่น เพื่อใช้ประโยชน์ของไอทีโฟนได้มากกว่าเดิม

พิธีกรหญิง

-

เอามารอบรับกับการทำงานอย่างที่เราต้องการได้เลย

คุณมงคล

-

ตัวอย่างเช่น มีบริษัทที่เป็นเฟรนชายน์ ฟาตฟู๊ตชื่อดังแห่งหนึ่งในอเมริกา เค้าใช้ตัว ไอโฟนทีโฟนมาให้พนักงานใช้เป็นเครื่องตอกบัตร เข้างานกี่โมง ออกกี่โมง ในขณะเดียวกัน ก็จะเช็คเรื่องสต๊อกของอาหารด้วย ถ้าอันไหนหมดแล้วก็จะสั่งไปที่เวนเดอร์โดยอัตโนมัติ

พิธีกรชาย

-

เราไม่ต้องเซทที่คอมพิวเตอร์หรือครับ

คุณมงคล

-

ไม่ต้องใช้เลยครับ เราใช้ตัวไอทีโฟนเป็นตัวจัดการได้ทั้งหมด

พิธีกรชาย

-

จริงๆ แล้ว ตัวไอทีโฟนก็เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวเล็กๆ ใช่มั้ยครับ

คุณมงคล

-

คล้ายๆ อย่างนั้นครับ

พิธีกรชาย

-

ในการที่เราใช้การทำงานของไอทีโฟน ทำให้องค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะมั้ยครับ

คุณมงคล

-

ก็ประหยัดได้หลายเรื่อง อย่างเรื่องแรกเลยในแง่ของการ สมมุติว่าเรามี เราสร้างออฟฟิต เราต้องเดินสาย สอง ชนิด คือระบบสายแลน กับระบบสายโทรศัพท์ ถ้าเราใช้ตัวไอทีโฟน อันดับแรกเลย เราก็ประหยัดค่าสายโทรศัพท์ เพราะเราวิ่งอยู่บนสายแลนได้ เส้นเดียวเราจะไช้ได้ทั้งพีซีและโทรศัพท์ ในแง่ของการใช้งาน เราสามารถโทรติดต่อเมื่อเราเดินทางไปในที่ต่างๆ ได้ โดยที่ในลักษณะเหมือนการโทรภายในประเทศ อย่างเช่น ผมเดินทางไปอเมริกา ผมก็ใช้ซอฟต์แวร์ที่ผมบอกเนี่ย ผมก็กดโทรออกเป็น 02 เบอร์ในกรุงเทพเลย ที่ออฟฟิตผมจะเสียแค่ค่าโทร 3 บาท ไม่มีค่าโทรทางไกล

พิธีกรชาย

-

ก็คือว่า เสียงของเราถูกแปลงสัญญาณแล้ว ก็ส่งผ่านไปทางอินเตอร์เน็ต

คุณมงคล

-

แล้วก็วิ่งกลับมาออฟฟิตผมที่กรุงเทพ แล้วก็ออกมาทางสายโทรศัพท์ที่กรุงเทพ

พิธีกรชาย

-

ถ้าคุณมงคลอยู่ที่อเมริกา แล้วผู้ติดต่ออยู่ที่เมืองไทยเนี่ย มันก็จะแปลงสัญญาณโทรศัพท์ ผ่านเซิฟเวอร์ ผ่านอินเตอร์เน็ตไปโผล่ที่อเมริกา

คุณมงคล

-

ตรงจุดที่ผมนั่งอยู่

พิธีกรชาย

-

หรือแม้ว่าคุณมงคลอยู่ที่สนามบิน แต่ออนไลน์อินเตอร์เน็ตอยู่

คุณมงคล

-

ก็ได้เช่นกัน

พิธีกรชาย

-

เบอร์ต่อ เบอร์เอ็กเทนชั่นโทรศัพท์ก็อยู่กับคุณมงคลด้วยที่นั่น แล้วองค์กรขนาดไหน ที่จะใช้ระบบแบบนี้ได้

คุณมงคล

-

ผมว่าไม่น่าจะขึ้นอยู่กับขนาด น่าจะขึ้นอยู่กับการทำงานมากกว่า คือขนาดไม่ใช่ประเด็น จะมากจะน้อยก็สามารถใช้ได้หมด แต่ลักษณะขององค์กร อาจจะมีพนักงานที่ไม่ได้นั่งประจำอยู่ อาจจะต้องไปพบลูกค้าข้างนอก หรือออกไปข้างนอกบ่อยๆ คือในองค์กรของ cisco ประเทศไทยเราเป็นอย่างนั้น เราต้องออกไปพบลูกค้า ออกไปพบพันธมิตรต่างๆ ฉนั้นคนจะไม่ค่อยอยู่ในออฟฟิต ก็ไม่มีประโยชน์ที่เราจะสร้างออฟฟิตแล้วมีโต๊ะให้เค้านั่ง แต่เค้าอาจจะใช้เวลาแค่ 10 เปอร์เซน นั่งอยู่ที่โต๊ะ ก็จะเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า

พิธีกรหญิง

-

ตลาดของไอทีโฟน ถือว่าคึกคักมั้ยคะ ตอนนี้

คุณมงคล

-

ก็เริ่มมีการตอบรับมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เราพลักดันมาหลายปีแล้ว ช่วงแรกอาจจะค่อยข้างยากนิดนึก เพราะว่าราคาอาจจะแพง เมื่อเทียบกับระบบโทรศัพท์ธรรมดา และคนก็ไม่เห็นประโยชน์ ของการเปลี่ยนระบบเป็นไอทีโฟนตรงนี้ โดยถ้าเราไปเทียบกับระบบโทรศัพท์ธรรมดา ในแง่ของค่าใช้จ่ายในการลงทุนมันคงต่างกัน แต่ถ้าเราคำนึงถึงผลประโยชน์ที่ได้รับจากเทคโนโลยีของมันเนี่ย ผมว่ามันค่อนข้างคุ้มค่า และคนก็เริ่มเห็นคุณภาพแล้ว

พิธีกรชาย

-

ถ้ามองดูเนี่ยนะครับ ถ้าองค์กรที่ต้องมีเจ้าหน้าที่ ที่ต้องเดินทางบ่อย แล้วก็อยู่นอกห้อง นอกออฟฟิต ไปต่างประเทศ ต่างจังหวัดบ่อยๆ ก็อาจจะคุ้ม แล้วอีกอย่าง ลูกค้าจำเบอร์เดียวไม่ต้องจำหลายเบอร์ ไม่ต้องจำเบอร์มือถือ จำเบอร์ออฟฟิต แล้วก็เบอร์ต่อที่โต๊ะ จำแค่นี้เอง เมื่อโทรเข้ามาแล้ว เดี๋ยวระบบไอทีโฟนจะไปหาเอง

คุณมงคล

-

จริงๆ ในระบบของเราในขั้นที่ล้ำหน้ากว่านี้ก็คือ เราสามารถที่จะโทรเข้าเบอร์เอ็กเทนชั่นเนี่ย มันจะดังทั้งมือถือเรา แล้วเบอร์โต๊ะด้วย เพื่อเป็นการให้แน่ใจว่า เราจะตามเข้าถึงบุคคลคนนั้นได้ไม่พลาด

พิธีกรชาย

-

แล้วถ้าเกิดว่าไม่เจอตัว ระบบ จะทำยังไงครับ

คุณมงคล

-

เราก็มีระบบ วอยเมลล์ ระบบติดตาม ที่มีอีกสเต็ปถัดไป เราสามารถฝากข้อความไว้ที่วอยเมลล์ได้ แล้วก็เทคโนโลยีของมัน เนื่องจากมันเป็นระบบไอที เราสามารถเอาแอพพลิเคชั่นอื่นๆ มาทำงานด้วยกันได้ เช่น เราจะรู้สเตตัสของคนที่เราจะโทรไป ตอนนี้เค้าติดสายอยู่หรือเปล่า หรือเค้ากำลังวางหูโทรศัพท์อยู่ หรือเค้ากำลังอยู่ในห้องประชุม คงเคยเล่น msn กันใช่มั้ยครับ คือเราจะรู้ว่าคนที่เราจะแช็ตด้วยนั้น เค้าออนไลน์มั้ย หรือเค้าออฟไลน์ หรือเค้าบีซี่ ลักษณะเช่นเดียวกันเลยครับ เราจะทราบว่า คนที่เราโทรไปเนี่ยเค้าติดสายอยู่มั้ย หรือเค้ากำลังยุ่งอยู่หรือ เค้าไม่รับสาย หรือเค้าไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะ ทำให้เราเลือกช่องทางในการคุยกับเค้า อาจจะไม่ใช่เป็นการโทร อาจจะเป็นการแช็ตไปคุย หรืออาจจะเป็นการฝากวอยเมลล์ ทำให้การติดต่อที่มันสามารถลื่นไหลได้ดีขึ้น

พิธีกรชาย

-

สมมุติว่าต่างคนต่างติดอยู่ ผู้บริหารสามารถเปิดประชุมแบบไม่จำกัดจำนวนสายได้มั้ยคะ

คุณมงคล

-

ในแง่การจำกัด ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่เราลงทุนไป ถ้ารุ่นใหญ่หน่อยก็รองรับได้เยอะหน่อย สามารถที่จะทำเป็นวีดีโอโฟน ทำให้เราเห็นหน้ากันได้ ได้ดียิ่งขึ้น แทนที่จะได้ยินแต่เสียง ซึ่งจะต่างจากระบบวีดีโอคอนเฟอเร้นซ์ ซึ่งหลายท่านอาจจะเข้าใจว่าเป็นระบบวีดีโอคอนเฟอเร้นซ์ ความต่างมันอยู่ที่การใช้งาน มันง่ายกว่าเยอะ แค่กดเอ็กเทนชั่นไป กับคนที่เราจะคุยด้วย ถ้าเค้ามีกล้อง มีจอ อย่างเรา ภาพจะขึ้นมาเลย

พิธีกรชาย

-

ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนเราเล่นโปรแกรมแช็ตในอินเตอร์เน็ตใช่มั้ยครับ

คุณมงคล

-

ครับ คล้ายๆ อย่างนั้นเลย ต่างกันตรงที่ เป็นระบบที่เราใช้ในธุระกิจ ใช้ในการทำงาน และมันเป็นแบบลักษณะของฟรีที่เราใช้งานไอทีบนอินเตอร์เน็ต ทั้งในเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัยของข้อมูลมันไม่มี เหมือนกันกับ ทำไมองค์กรต่างๆ ที่ต้องมีอีเมล์สำหรับองค์กร ไม่ใช้ของ hotmail, yahoomail เพราะมันไม่มีความปลอดภัย

พิธีกรชาย

-

พูดถึงความปลอดภัย ระหว่างทางจะถูกดักฟังเยอะมั้ย

คุณมงคล

-

เราสามารถที่จะเข้ารหัสของสัญญาณของเราได้อยู่แล้ว ฉะนั้น ถ้าถูกดักฟังไปก็ไม่สามารถจะแกะออกมาได้

พิธีกรชาย

-

ก็ถือว่ามีความปลอดภัยสูง เนื่องจากการทำงานใน cisco เนี่ยนะครับ ควบคุมการทำงานได้อย่างไร ในเมื่อทุกคนค่อยข้างจะเป็นอิสระ เพราะไม่จะเป็นต้องอยู่ออฟฟิต จริงๆ แล้วคนใน cisco คิดยังไง กับการไม่ต้องทำงานในออฟฟิต แล้วก็ไปทำงานที่ไหนก็ได้ มีอิสระมั้ย หรือมันถูกติดตามด้วยเทคโนโลยี

คุณมงคล

-

ความคิดเห็นโดยส่วนตัว ผมชอบนะครับ บริษัทเค้าทุ่มเทกับเรา ให้อุปกรณ์เรามา ให้โน๊ตบุ๊คมา ให้อุปกรณ์ไอทีโฟนมา ให้ซอฟต์แวร์ต่างๆ มา ทำให้เราสามารถทำงานต่างๆ ได้มีความคร่องตัวมากขึ้น ผมนั่งทำงานในออฟฟิตก็ได้ ทำงานที่อินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ร้านกาแฟ สนามบิน ต่างๆ ฉะนั้น ข้อดีหลักๆ คือผมไม่ต้องเข้าออฟฟิต เพราะรถติดมาก ถ้าเข้ามาแล้วก็ไม่อยากออกไปเพราะรถติดอีกเหมือนกัน และผมสามารถที่จะเดินทางไปติดต่อกับลูกค้าโดยตรงไม่ต้องเข้ามา แล้วในลักษณะเดียวกัน ผมก็ทำงานได้เหมือนเดิม เหมือนกับนั่งที่ออฟฟิต อันนี้มันเป็นประโยชน์ที่น่าจะคุ้มค่า กับการที่บริษัทเค้าลงทุนอุปกรณ์ให้ อาจจะมีบ้าง ที่บางครั้งมันอาจจะรบกวนชีวิตของเราไปค่อนข้างเยอะ เพราะเราสามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา จริงๆ ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าจะควบคุมมันยังไง ไลด์สไตล์แบบไหน ถ้าคนชอบทำงานเลย เค้าก็ทำงานได้เยอะมาก ผมก็ว่าแฮปปี้ทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายบริษัทและ พนักงานด้วย

พิธีกรชาย

-

แล้วในส่วนของบริษัท ต้องออกนโยบายอะไรมามั้ยครับ ถ้าเกิดติดต่อไปแล้วไม่ยอมรับสาย หรือไม่ติดต่อกลับ คิดว่าจะมีนโยบายอะไรพวกนี้มั้ยครับ

คุณมงคล

-

จริงๆ แล้ว cisco นี่ ต้องยอมรับว่า เป็นบริษัทที่ค่อนข้างให้อิสระภาพในการทำงานสูง ในแง่วิธีการอาจจะไม่ได้มาจำกัดมากนัก แต่ว่าเราจะดูผลของการทำงานมากกว่า ดูผลลัพธ์ ถ้าสมมุติเจ้าหน้าที่เป็นคนที่ไม่ค่อยตอบสนองเลย โทรติดแล้วไม่รับสาย ไม่โทรกลับ ลูกค้าของเราก็คงไม่แฮปปี้ แล้วก็คงไม่อยากจะมีธุรกิจด้วย ผลลัพธ์มันก็จะออกมาฟ้อง ว่ายอดขายเริ่มตก ลูกค้าเราจะมีดัชนีความภูมิใจ มันก็จะไม่ดี เราจะมาดูที่ตรงนั้นมากกว่า แต่ละคนก็จะมีอิสระค่อนข้างสูง แต่ก็ต้องมีผลงานที่อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้

พิธีกรหญิง

-

ถามตลาดเครือข่ายไร้สายนิดนึง ในบีนี้หรือ ในปีหน้า มีอะไรที่น่าสนใจบ้างคะ เครื่อข่ายไร้สายที่ใช้ทั้งหมดเลยค่ะ

คุณมงคล

-

ในแง่ของเครือข่ายไร้สาย มีหลายเรื่องครับ อย่างเช่น เทคโนโลยี 802.11 N ที่มีความเร็วมากขึ้น เป็นแลนที่มีสปีดสูงขึ้น ประมาณสูงสุดถึง 300 เมกะบิตเพอร์เฟค อันนี้ก็เริ่มมีเข้ามาในประเทศเรามากขึ้น หลังจากที่ทางรัฐให้เปิดใช้สัญญาณ 5 กิ๊กกะเฮิร์ทได้ เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็จะไหลเข้ามา หรือในแง่ของตัววายแมค ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการสื่อสารไร้สายทีมีการครอบคุมระยะทางค่อนข้างไกล ก็เริ่มเข้ามาแล้ว นี่ก็จะเป็นเทรนที่เข้ามาในปีนี้และปีหน้า

พิธีกรชาย

-

แล้วของทาง cisco เอง มีเทคโนโลยีเหล่านี้ไว้รองรับ เรียบร้อยแล้วใช่มั้ยครับ

คุณมงคล

-

มีครับ จริงๆ เรามีลูกค้าที่เริ่มใช้ 11N ไปแล้ว เป็นโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่ง ถ้าท่านติดตามข่าวก็คงจะเคยเห็นในหน้าหนังสือพิมพ์ ก็ใช้เป็นวายฟายเซอร์วิสให้กับพนักงาน และแขกของโรงแรม ส่วนตัววายแมคเนี่ย เราก็มีติดพัน ซึ่งก็อยู่ในช่วงที่ทำการทดลองอยู่ นอกจากนี้เรายังเสริมอีกนิดนึง ในแง่ของความปลอดภัยของการใช้งานบนเครือข่ายไร้สารด้วย นี่คือสื่งที่ไม่เคยมองข้าม

พิธีกรชาย

-

คุณผู้ฝังท่านใดที่อยากติดตาม ศึกษาเทคโนโลยีการสื่อสารของ cisco เนี่ย จะติดตามได้ทางช่องทางไหนได้บ้างครับ

คุณมงคล

-

หลักๆ เลยก็คงต้องเป็นทาง www.cisco.com cisco เป็นบริษัทที่ไม่เคยหวงความรู้ สามารถเข้าไปศึกษาได้เยอะมาก

พิธีกรหญิง

-

ขอบคุณ คุณมงคลมากเลยนะคะที่มาให้ความรู้ในวันนี้