Hierarchical Navigation

ธนาคารแห่งประเทศไทยกับการใช้ไอพีโฟน

ธปท. ถือเป็นธนาคารแห่งแรกที่เริ่มนำระบบไอพีโฟนเข้ามาใช้เพิ่มศักยภาพการทำงานในองค์กรที่มีการติดต่อสื่อสารกันระหว่างสาขา

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่เพียงแต่มีฐานะเป็นธนาคารกลาง และเป็นสถาบันที่สำคัญของประเทศ แต่ยังมีหน้าที่หลักในการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ดูแลระบบการเงินและกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และสถาบันการเงินต่างๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ ธปท. ยังมีบทบาทที่สำคัญในการคัดสรรเทคโนโลยีเหมาะสมเข้ามาใช้งาน ช่วยเพิ่มศักยภาพให้แก่ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และสถาบันการเงินต่างๆ ตัวอย่างเช่น บาทเนต (BAHTNET) ย่อมาจากคำว่า Bank of Thailand Automated High-value Transfer Network ซึ่งเป็นระบบโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างธนาคาร โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทยปฏิบัติการเป็นตัวกลาง เป็นต้น

 

"ในอานาคต 5 ปี - 10 ปี เทคโนโลยี Voice over IP หรือ ไอพีโฟน จะเป็นเทคโนโลยีหลักของระบบโทรศัพท์"

ดร. ฉิม ตันติยาสวัสดิกุล

ผู้อำนวนยการอาวุโส สายเทคโนโลยีสารสนเทศ
ธนาคารแห่งประเทศไทย

 

ธนาคารแห่งแรกของไทยที่ใช้ไอพีโฟน

class="expanded-spacing"ด้วยบทบาทและหน้าที่เหล่านี้ทำให้ธปท. ต้องมีการติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกมากมาย ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านการติดต่อสื่อสารถีบตัวสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งในปี 2547 ที่ผ่านมา ธปท. ก็กลายเป็นธนาคารแห่งแรกที่เริ่มนำระบบไอพีโฟนเข้ามาใช้เพิ่มศักยภาพการทำงาน ให้กับองค์กรที่มีการติดต่อสื่อสารกันระหว่างสาขา โดยในระยะแรกได้ติดตั้งระบบไอพีโฟนจำนวน 100 เครื่องในศูนย์จัดการธนบัตรของ ธปท. 6 แห่งทั่วประเทศ คือ ระยอง อุบลราชธานี พังงา สุราษฎร์ธานี พิษณุโลก นครราชสีมา รวมทั้งอาคารผลิตหมึกที่โรงพิมพ์ธนบัตรแห่งที่สอง นครปฐมและชุดต้นแบบที่ธปท. บางขุนพรหม รวมมูลค่าระบบกว่า 10 ล้านบาท (มูลค่านี้รวมอุปกรณ์เครือข่ายของสำนักงานภูมิภาค 7 แห่งด้วยที่จัดหาในคราวเดียวกัน) เพื่อรองรับระบบบริหารจัดการธนบัตรแนวใหม่ในการรับฝาก และจ่ายธนบัตรให้ศูนย์เงินฯ ของธนาคารพาณิชย์ โดยระบบไอพีโฟนนี้จะช่วยให้ธปท. ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสารระหว่างกรุงเทพฯ และศูนย์ต่างจังหวัดได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถลดความซ้ำซ้อนของระบบสื่อสารโดยรวมระบบโทรศัพท์ปกติและระบบเครือข่ายเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว

ดร. ฉิม ตันติยาสวัสดิกุล ผู้อำนวยการอาวุโสสายเทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทยกล่าวว่า “ธปท. มีนโยบาย และวิสัยทัศน์ต่อการให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของธปท. ทั้งนี้เป็นที่ชัดเจนว่าในอนาคต 5-10 ปี เทคโนโลยี Voice over IP หรือไอพีโฟนจะเป็นเทคโนโลยีหลักของระบบโทรศัพท์ ธปท. จึงมีโครงการติดตั้งระบบไอพีโฟนสำหรับศูนย์จัดการธนบัตรใหม่ 6 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งอาคารสำนักงานใหญ่หลังใหม่และอาคารโรงพิมพ์ธนบัตรแห่งที่สองที่กำลังก่อสร้างอยู่อีกด้วย”

ไอพีโฟน...มาตรฐานใหม่ของระบบโทรศัพท์

จากการเริ่มขั้นตอนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับระบบไอพีโฟน ธปท. ก็พบว่ามีการใช้งานไอพีโฟนอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ ธปท. ยังได้รับความร่วมมือจากบริษัทที่มีเทคโนโลยีดังกล่าวร่วมทดสอบใช้งานจนมั่นใจว่าสามารถจะนำมาใช้งานจริงได้

ดร. ฉิมกล่าวถึงแผนการติดตั้งไอพีโฟนในครั้งนั้นว่า “ขั้นแรก ธปท. มีโครงการติดตั้งระบบไอพีโฟนในศูนย์จัดการธนบัตร 6 สาขาที่กระจายอยู่ทั่วทุกภาค โรงผลิตหมึก และอาคารสำนักงานใหญ่บางส่วนประมาณ 100 เครื่อง นอกจากนี้ตามแผนที่วางไว้ เมื่ออาคารสำนักงานใหญ่หลังใหม่ และโรงพิมพ์ธนบัตรแห่งที่สองแล้วเสร็จก็จะเลือกใช้ระบบโทรศัพท์เป็นไอพีโฟนเช่นเดียวกัน”

การนำเอา Voice over IP หรือไอพีโฟนมาใช้งาน นับเป็นการใช้ประโยชน์ของสายเช่า (Leased line) ที่มีอยู่แล้วอย่างเต็มที่ ทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างสาขาไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของข้อมูล เสียงหรือภาพเป็นไปอย่างรวดเร็วและประหยัดต้นทุน เนื่องจากการทำงานในแต่ละศูนย์จัดการธนบัตรของ ธปท.มีการเชื่อมต่อและติดต่อสื่อสารระหว่างกัน สามารถลดค่าใช้จ่ายค่าโทรศัพท์ทางไกล ซึ่งเป็นการสื่อสารภายในองค์กรของธนาคารแห่งประเทศไทยระหว่างสำนักงาน และสาขาต่าง ๆ

ในแง่ความคุ้มค่า หลังจากฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของ ธปท. ได้หารือกับฝ่ายธุรการที่มีหน้าที่ดูแลระบบโทรศัพท์ของธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ต่างก็ลงความเห็นร่วมกันว่าการติดตั้งไอพีโฟนนั้นเป็นการลงทุนที่เหมาะสม

ดร. ฉิม เปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างในด้านการลงทุนว่า “เมื่อเปรียบเทียบกับการวางระบบโทรศัพท์แบบเดิมซึ่งต้องเสียค่าติดตั้ง PBX เพิ่มเติมในศูนย์ต่าง ๆ พบว่า ธปท. ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง เทียบกับการนำเทคโนโลยี Voice over IP หรือไอพีโฟนมาใช้งาน ธปท. ไม่จำเป็นต้องเสียค้าใช้จ่ายในการติดตั้ง PBX ในแต่ละสาขา แต่สามารถใช้งานเครือข่ายไอพีเชื่อมต่อระบบมารวมศูนย์ที่สำนักงานใหญ่ ตลอดจนการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ โดยระบบไอพีโฟนที่เลือกมาใช้งานนั้น สามารถทำงานร่วมกับระบบโทรศัพท์ที่มีอยู่เดิมได้อย่างดี”

ผลการใช้งานไอพีของ ธปท.

สำหรับโครงการติดตั้งระบบไอพีโฟนในระยะแรกนั้น ธปท. ได้ใช้งานเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ของซิสโก้โดยมีบริษัทล็อกซเลย์ ไวร์เลส จำกัด หนึ่งในผู้แทนจำหน่ายของบริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ดำเนินการออกแบบ และติดตั้งระบบ ดร. ฉิมเปิดเผยถึงผลการใช้งานระบบไอพีโฟนหลังจากติดตั้งใช้งานในศูนย์จัดการธนบัตรทั่วประเทศ 6 สาขา โรงผลิตหมึก และอาคารสำนักงานใหญ่บางส่วนได้ระยะหนึ่งว่า “ผลการใช้งานโดยทั่วไปเป็นที่น่าพอใจ ระบบโทรศัพท์สามารถเรียกใช้งานระหว่างไอพีโฟน และไอพีโฟนด้วยกันได้ดี แม้ว่าในระยะแรกจะพบปัญหาบางอย่าง เช่น ไม่สามารถใช้งานคุณสมบัติที่มีในระบบโทรศัพท์เดิมบางอย่าง มีเสียงสะท้อน และเสียงขาด ๆ หาย ๆ บ้างเมื่อเรียกใช้งานผ่านไปยังชุมสายโทรศัพท์ภายนอก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่ร้ายแรง ธปท. ได้ประสานงานกับบริษัทผู้ขายแล้วสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี”

ดร. ฉิม ชี้ถึงจุดที่ ธปท. ให้ความระมัดระวังในการใช้ระบบไอพีโฟนก็คือ ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่แข็งแกร่งด้วย เพราะไอพีโฟนนั้นถือเป็นแอพพลิเคชันประเภทหนึ่งที่ทำงานบนไอพี ซึ่งอาจมีโอกาสได้รับผลกระทบจากหนอนคอมพิวเตอร์ ไวรัสคอมพิวเตอร์ หรือการโจมตีในรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งอาจส่งผลให้ไม่สามารถใช้งานโทรศัพท์ได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นในการรักษาความปลอดภัย รวมถึงต้องมีมาตรการให้ความปลอดภัยสูงขึ้น

ในส่วนของแอพพลิเคชันที่ ธปท. เลือกใช้งานร่วมกับระบบไอพีโฟนที่ติดตั้งใช้งานอยู่ประกอบด้วยวอยซ์เมล์ (Voice mail) และแฟกซ์ทูอีเมล์ (Fax to e-mail) โดย ดร. ฉิมได้ยกตัวอย่างของการใช้งานแอพพลิเคชันดังกล่าวนี้ว่า “เมื่อลูกค้าที่เชียงใหม่ส่งแฟกซ์มาถึงพนักงานที่สาขาเชียงใหม่ ข้อมูลดังกล่าวก็จะเชื่อมโยงไปที่ระบบอีเมล์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีอยู่เดิม ระบบไอพีโฟนก็จะสามารถจำแนกได้ว่าเป็นแฟกซ์ และส่งต่อไปพนักงานในศูนย์ต่างๆ ได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องแฟกซ์ทั่วไป แต่ใช้อีเมล์ที่มีอยู่เดิมเรียก (retrieve) ข้อมูลขึ้นมาดูโดยสะดวก และประหยัด”

อย่างไรก็ตาม ดร. ฉิม เปิดเผยว่า แม้ว่าปัจจุบัน ธปท. จะใช้ประโยชน์ของระบบ Voice over IP และไอพีโฟนเพียงเพื่อรวมเครือข่ายเสียงและข้อมูลเข้าด้วยกัน และการบริการจัดการระบบโทรศัพท์จากศูนย์กลางที่ง่ายขึ้น แต่ยังไม่ได้วางแผนไกลจนถึงขั้นนำแอพพลิเคชันต่าง ๆ ที่มีอยู่มาใช้ร่วมกับไอพีโฟนก็ตาม แต่ก็เชื่อว่าการใช้ประโยชน์เพิ่มเติมจากไอพีโฟนก็คงค่อย ๆ ตามมา เช่น Softphone ที่จะนำมาใช้กับ Service Desk, Voice mail ที่จะรวมเข้ากับระบบอีเมล์ของเรา ในอนาคตแอพพลิเคชันเหล่านี้คงมีการใช้งานเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ คาดว่าผู้ใช้ที่ใช้งานระบบโทรศัพท์ธรรมดาที่มีอยู่จะเรียกร้องที่จะใช้งานไอพีโฟน

สำหรับแผนการขยายระบบไอพีโฟนในอนาคตนั้น ดร. ฉิมเปิดเผยว่า “คงต้องพิจารณาติดตั้งไอพีโฟนกับ Voice over IP ตามความจำเป็นและความต้องการของผู้ใช้ โดยในส่วนของอาคารที่ใช้ระบบโทรศัพท์แบบเดิมก็คงยังใช้งาน PABX ร่วมกับไอพีโฟน แต่ในอนาคตคงหลีกหนีไม่พ้น เมื่อ PABX หมดอายุแล้ว คงนำเอาไอพีโฟนมาใช้งานแทน”

ติดต่อขอข้อมูล