SET จับมือ Cisco พัฒนาไอทีรองรับออเดอร์เทรดฐานลูกค้าเพิ่ม

ASTVผู้จัดการออนไลน์

ตลท.ปรับโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีใหม่ ติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ Cisco UCS ในดาต้าเซ็นเตอร์ รองรับการขยายตัวของธุรกิจ และสนองความต้องการของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดรองรับยอดออเดอร์จากทั้งใน และ ตปท.เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้เตรียมความพร้อมในการรองรับการซื้อขายหลักทรัพย์ออนไลน์ที่ในปัจจุบันมีปริมาณมากขึ้น โดยในปัจจุบัน มีจำนวนบัญชีบุคคลที่ทำการซื้อขายออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตอยู่ที่ประมาณ 1.7 แสนบัญชี โดยตั้งเป้าในอนาคตจะสามารถเพิ่มบัญชีซื้อขายออนไลน์มากขึ้นอีก 1.2 แสนบัญชี ซึ่ง ตลท.ได้เลือกระบบเซิร์ฟเวอร์ของ Cisco UCS เข้ามาเพิ่มศักยภาพรองรับการซื้อขายที่ต้องแข่งขันกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ในต่างประเทศ โดยได้เริ่มระบบไอทีใหม่รองรับในอาเซียนลิงก์บ้างแล้ว ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการซื้อขายออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นจากที่มีอยู่อีก 10 เท่า โดยปริมาณสูงสุดในออเดอร์การซื้อขายต่อวันเฉลี่ยที่ 1.4 ล้านออเดอร์ เพิ่มเป็น 14 ล้านออเดอร์ นอกจากนี้ ระบบไอทีใหม่ยังสามารถลดต้นทุนการใช้พลังงาน การใช้พื้นที่ และการบำรุงรักษาลงอีกด้วย

อย่างไรก็ดี การพัฒนาด้านระบบไอทีของ ตลท. เพื่อให้ระบบ Clearing Settlement และ Derivative การซื้อขายทำได้อย่างรวดเร็ว และได้เตรียมที่จะเพิ่มจำนวนวอลุ่มเทรดในภูมิภาคจากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 10% เป็น 20% ภายในระยะเวลา 3 ปี ส่วนหนึ่งมาจากปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว มี Market Cap ที่ 4.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่าประเทศสิงคโปร์ โดยมีการวอลุ่มการซื้อขายหุ้นที่ติดอันดับสูงสุด 33 ตัว เมื่อมีระบบการเทรดที่ทันสมัย และรวดเร็วขึ้น จะสามารถทำให้วอลุ่มการซื้อขายหุ้นที่มีมูลค่าสูงจาก 33 ตัว เพิ่มขึ้นเป็น 35-40 ตัวในระยะเวลา 2-3 ปี

ด้านนายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ประเทศไทย และภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนในการซื้อขายหุ้นทั้งในตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น และรองรับนักลงทุนรายใหม่ ซึ่งระบบ UCS ของ Cisco สามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้ถึง 30% โดยปัจจุบัน ตลาดทุนทั่วโลกมีการแข่งขันกันอย่างมากซึ่งมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาพัฒนาระบบเพื่อรองรับการซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปแบบใหม่ๆ ดังนั้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถตลาดทุนไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีให้มีความทันสมัย และแข็งแกร่ง มีระบบเครือข่าย และระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ น่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการบริหารจัดการเพื่ออำนวยความสะดวกในการขยายบริการ และพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการแก่ผู้ลงทุนได้อย่างรวดเร็ว

ติดต่อขอข้อมูล