Networking Academy เวทีสร้างคนไอที ก้าวสู่โลก 3G

Prachachart Turakij

"การ สร้างคนไม่สามารถสร้างได้ในคืนเดียว โครงการสำคัญๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น 3G หรือครีเอทีฟอีโคโนมี หรือโครงการอื่นๆ ล้วนมีไอทีเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนั้น จำเป็นต้องพัฒนาคนมารองรับ ไม่ใช่ว่ารอให้โครงการเกิดก่อนแล้วค่อยสร้างคนมันไม่ทัน"

Network Academy

นี่คือ เหตุผลสำคัญที่ซิสโก้ ซิสเต็มส์ ต้องเร่งขยายผลโครงการ Networking Academy เพื่อเตรียมทรัพยากรบุคคล ด้านไอทีตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานที่แท้ จริง หลังจากที่เปิดดำเนินโครงการนี้มาอย่าง ต่อเนื่องกว่า 10 ปีแต่ก็ยังไม่สามารถ ผลิตคนได้ทันกับการเติบโตของตลาด

ดร.ธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า การทำธุรกิจวันนี้ เครือข่ายเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสูงมาก เป็นเสมือนหนึ่งสาธารณูปโภคพื้นฐานในการดำรงชีวิตตั้งแต่ตื่นขึ้นมาก็ต้อง เริ่ม เช็กข่าวทางอินเทอร์เน็ต ส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ พอถึงที่ทำงานก็ล็อกอินเข้าไปดูงานในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ส่งอีเมล์นัดหมายประชุม

ดังนั้น บุคลากรที่จะเข้าสู่ระบบการทำงานจะต้องมีทักษะด้านไอที

หลักสูตร Networking Academy จึงได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ซึ่งในช่วงเริ่มต้นก็แทรกเข้าไปในวิชาชีพโดยตรง เช่น เน็ตเวิร์ก เอ็นจิเนียร์ แต่ปัจจุบันเนื่องจากความต้องการบุคลากรด้านนี้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

จาก สถิติปี 2006 ประเทศไทยขาดแคลนคนด้านไอทีประมาณ 4,000 คน มาในปี 2552 ความต้องการเพิ่มสูงขึ้นเป็นปีละ 6,600 คน ในปี 2553 คาดว่าความต้องการบุคลากรจะสูงขึ้นเกือบ 10,000 คน ในขณะที่โครงการ Networking Academy ก็มีการผลิตคนอย่างต่อเนื่อง แต่ระยะห่างกลับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นถึงดีมานด์ที่สูงกว่าซัพพลาย

ตัวเลขตรงนี้เฉพาะบุคลากร ด้าน networking skill ยังไม่รวมสกิลมัลติในเชิงธุรกิจที่เป็นเน็ตเวิร์กเอ็นจิเนียร์ที่เข้าใจถึง เอ็นด์ยูสเซอร์ของธุรกิจและการบริหารจัดการโปรเจ็กต์ด้านไอที ซึ่งตลาดยังมีความต้องการอีกจำนวนมากไม่แพ้กัน

วันนี้โครงการ Networking Academy จึงได้เพิ่มเติมมิติเหล่านี้เข้าไปในหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาในด้านบิสซิเนสนอร์เรต จัดให้มีเวิร์กช็อปในเรื่องสหกิจศึกษา

นอกจากนี้ ยังจัดคอร์สพิเศษเข้าไปซัพพอร์ตในเชิงของธุรกิจโดยทำร่วมกับบริษัทห้างร้าน ต่างๆ

โดยในประเทศไทยซิสโก้ฯได้นำโครงการนี้เข้ามาสู่สถาบันการ ศึกษาตั้งแต่ ปี 2542 ปัจจุบันมีสถาบันที่เข้าร่วมโครงการแล้ว 60 กว่าแห่งทั่วประเทศ มีทั้งสถาบันการศึกษาภาครัฐ เอกชน ซึ่งในโครงการนี้จะใช้สถาบันการศึกษาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้กับครูใน สถาบันการศึกษาต่างๆ เพราะเชื่อว่าครูด้วยกันจะสามารถคุยกันเข้าใจได้มากกว่า โดยสถาบันการศึกษาที่รับผิดชอบบทบาท ครูผู้สอน (พี่เลี้ยง) ในระดับภูมิภาค วันนี้มีอยู่ 3 แห่ง คือ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จะดูแลหลักสูตร CCNA (Cissco certified network associate)

สำหรับหลักสูตร Fundamentals of Network Security หลักสูตร Fundamentals of Wireless LANs และหลักสูตร IT Essentials ครูผู้สอนในระดับภูมิภาค คือ มหาวิทยาลัยรังสิต

"ใน ปีนี้ซิสโก้ฯจะรุกตลาดมากขึ้น โดยพยายามเข้าไปชี้ให้นักเรียน นักศึกษา ตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาทักษะด้านไอที ซึ่งคนที่เข้าร่วมโครงการไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าทำงานในสายเน็ตเวิร์กกิ้ง เสมอไป เพราะความรู้ที่ได้ในโครงการนี้ จะเป็นพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่ทุกคนสามารถนำไปต่อยอดในการทำงานกับองค์กร ต่างๆ ได้ เรียกว่าอย่างน้อยๆ เขาก็รู้จักคำว่า เน็ตเวิร์กกิ้งว่าคืออะไร การใช้งานเบื้องต้นของคอมพิวเตอร์ทำอย่างไร การต่ออินเทอร์เน็ตที่บ้านทำอย่างไร

ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ตั้งแต่ เรื่องของการออกแบบ การสร้างและดูแลรักษาระบบเครือข่ายที่ผสมผสานการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎี (ออนไลน์) และภาคปฏิบัติ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนได้รับและฝึกทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความ เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการทำงาน รวมถึงการเรียนรู้ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์" ความรู้เหล่านี้ "ดร.ธัชพล" บอกว่า นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการไม่เพียงแต่ได้ใช้ประโยชน์ในการดูแลคอมพิวเตอร์ ที่บ้านได้เท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปใช้ดูแลบริษัทเล็กๆ ได้

หรือ เมื่อจบการศึกษาแล้วอยากทำงานในสายซอฟต์แวร์หรือดาต้าเซ็นเตอร์ก็สามารถทำ ได้ เพราะมีพื้นฐานด้านไอทีที่ดีอยู่แล้ว

"เด็กหลายคนที่เข้าร่วม โครงการ เมื่อจบการศึกษาแล้วก็ไปเป็นเจ้าของธุรกิจ บางคนก็ไปทำงานในสายเน็ตเวิร์กโดยตรง หรือบางคนอาจจะศึกษาต่อในระดับปริญญาโท หรือทำงานในสายอื่น ขึ้นอยู่กับว่านักศึกษาจะเลือกโหมดไหนให้กับ ตัวเอง การปูพื้นฐานในโครงการ Networking Academy เป็นเพียงการ เพิ่มทางเลือกในอาชีพให้กับนักศึกษา"

"ดร.ธัชพล" บอกว่า โครงการ Networking Academy คอร์สหนึ่งใช้เวลาสอนประมาณ 70 ชั่วโมง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยว่าจะใช้เวลาสอนแค่ไหน อาจารย์บางคนอาจจะนำหลักสูตรไปประยุกต์ให้เข้ากับหลักสูตรเดิมก็สามารถทำได้ เพราะทางซิสโก้ฯไม่ได้มีข้อบังคับว่าทุกสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจะ ต้องนำหลักสูตรนี้ไปใช้ 100 เปอร์เซ็นต์

"สถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง เด็กมีพื้นฐานไม่เหมือนกัน การจัดหลักสูตร ก็คงไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับอาจารย์ว่าจะนำไปใช้อย่างไรเพื่อให้สอดคล้องกับ พัฒนาการของเด็กในพื้นที่ บางมหาวิทยาลัยอาจจะสอนในปีที่ 2 บางมหาวิทยาลัยอาจจะไปใช้ในปีที่ 3 ของการเรียนการสอนก็ได้"

เมื่อ ถามถึงกระบวนการเข้าร่วมโครงการ Networking Academy ว่ามี ขั้นตอนอย่างไร "ดร.ธัชพล" บอกว่าไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยากใดๆ เลย เพราะหลักสูตรของซิสโก้ฯเป็นสแตนดาร์ด มีตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน แล้วมีหลักสูตรต่อยอดขึ้นไปอีก 4-5 หลักสูตร ซึ่งมหาวิทยาลัยสามารถเลือกนำไปใช้ได้ตั้งแต่ระดับประถม มัธยม มหาวิทยาลัย

หลัก สูตรนี้จะสอนตั้งแต่การถอดซ่อม ประกอบคอมพิวเตอร์ ดูแลเน็ตเวิร์กของ ตัวเอง ต่อกล้องอย่างไร ลงโปรแกรมอย่างไร เน็ตเวิร์กกิ้งเบื้องต้นทำอย่างไร ระบบรักษาความปลอดภัยเบื้องต้นทำอย่างไร

ถ้าวันไหนที่คอมพิวเตอร์ ที่บ้านหรือที่โรงเรียนมีปัญหา เด็กกลุ่มนี้จะสามารถเข้าไปแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องส่งร้านซ่อมคอมพิวเตอร์

เด็ก ที่สนใจต่อยอดในระดับมหาวิทยาลัยจะมีหลักสูตรเพิ่มเติม CCNA เด็กที่เรียนหลักสูตรนี้จะสามารถทำเน็ตเวิร์กกิ้งได้เลยโดยไม่ต้องไปจ้าง ISP (Internet Service Provider) เข้ามาดูแล

หากเน็ตเวิร์กในบ้าน ล่ม ก็สามารถแก้ปัญหาเบื้องต้นได้

ฉะนั้น คนที่ต้องการแค่ความรู้พื้นฐาน ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ส่วนคนที่สนใจด้านนี้จริงๆ ก็เลือกหลักสูตรที่แอดวานซ์มากขึ้นไปอีกได้

"ดร.ธัช พล" ชี้ให้เห็นความสำคัญของโครงการนี้ต่อไปว่า นอกจากความรู้ ความสามารถเฉพาะด้านแล้ว ยุคนี้ความรู้ด้านบิสซิเนสก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคน ยุคใหม่ ซึ่งตรงนี้ซิสโก้ฯมองเห็นเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นจึงได้ลงทุนทำวิจัย ซึ่งก็พบว่า ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในห้องเท่านั้น แต่เด็กๆ จะชอบเรียนรู้อะไรที่เป็นเกม ทางซิสโก้ฯจึงได้พัฒนาเป็นเกมพัฒนาความรู้เชิงบิสซิเนส ซึ่งขณะนี้ได้ทดลองใช้ในสหรัฐอเมริกา เป็นเกมที่สร้างทั้งแรงบันดาลใจและให้ความสนุก ความรู้ ซึ่งคาดว่าจะนำมาใช้ในเมืองไทยได้ในอีกปีหรือสองปีข้างหน้า

การ สร้างคนแม้จะเป็นภารกิจที่หนัก แต่ "ดร.ธัชพล" บอกว่า ในปี 2553 ทางซิสโก้ฯ (ประเทศไทย) จะรุกตลาด ตรงนี้ต่อไปแล้วจะทำประชาสัมพันธ์ให้ หนักมากขึ้นโดยการออกบูท พบปะพูดคุยกับครูอาจารย์เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเพิ่มเติมความรู้ ด้านไอทีให้กับเด็ก เพราะเชื่อว่าถ้าประเทศไทยสามารถ สร้างคนตรงนี้ขึ้นมาได้ อนาคตจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น คนไทยจะมี รายได้ที่สูงขึ้น

หน้าที่ของซิสโก้ฯในวันนี้ คือ การสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กแล้วสื่อสารให้ทุกคนมองเห็นเทรนด์ของตลาด สร้างความเข้าใจกับผู้บริหารและคณะอาจารย์ได้เข้าใจถึงความต้องการที่แท้ จริงของตลาด เพื่อให้การลงทุนเรื่องการพัฒนาคนในระบบการศึกษาไม่สูญเปล่า

ติดต่อขอข้อมูล