ยูนิเน็ต สานแนวคิด "ความรู้คือพลัง" เชื่อมโยงม.ทั่วประเทศ

Thairath

นาย วิชาญ เลิศวิภาตระกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวว่า เครือข่าย UniNet รองรับการใช้งานจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ นอกจากเป็นเครือข่ายกลางที่ให้บริการเชื่อมโยงการเรียนการสอน รวมถึงงานวิจัยเพื่อการศึกษาแล้ว ยังเป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อหน่วยงานการศึกษาและวิจัยกับต่างประเทศไม่ว่า จะเป็นสหรัฐอเมริกา เอเซีย ยุโรป สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านงานวิจัยระหว่างนักวิจัยภายในประเทศและนัก วิจัยจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของ e-Library Research e-Learning Tele-conference และ VDO Conference

ผอ. สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาฯ กล่าวต่อว่า แบนด์วิธเดิมที่ใช้อยู่ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน เนื่องจากงานวิจัยบางอย่างเป็นข้อมูลขนาดใหญ่ หรือเป็นภาพวิดีโอที่ต้องการความละเอียดสูงที่ต้องใช้แบนด์วิธสูง อีกทั้ง ทาง สกอ. ยังมีแผนจะขยายการเชื่อมต่อ UniNet ไปยังสถาบันอุดมศึกษาในประเทศเพิ่มอีกหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยเอกชน และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดหน่วยงานอื่นๆในอนาคต เพื่อให้เกิดแคมปัสเน็ตเวิร์คด้านการศึกษาและวิจัยที่สมบูรณ์ในประเทศเครือ ข่าย 10 กิกะบิทต่อวินาที เป็นเครือข่ายความเร็วสูง เปรียบเสมือนถนนขนาดใหญ่ที่รองรับการจราจรได้มากขึ้น ทำให้การจราจรมีความคล่องตัวสูงขึ้น โดยจะช่วยทำให้การสื่อสารข้อมูลขนาดใหญ่เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ข้อมูลเสียง หรือภาพวิดีโอ เป็นต้น

นายวิชาญ กล่าวอีกว่า สำนักงานฯ จึงเพิ่มการเชื่อมโยงเครือข่ายยูนิเน็ตเป็น 10 กิกะบิทต่อวินาที ระหว่างสถานีเครือข่ายหลัก (Backbone link) ทั้ง 20 สถานี (Node) และเชื่อมต่อจากสถานีเครือข่ายหลักไปยังสถานีเครือข่ายย่อยด้วยความเร็วสูง สุด 1 กิกะบิทต่อวินาที โดยได้เลือกใช้อุปกรณ์เครือข่ายของซิสโก้ CRS-1 ที่สถานีอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ (Internet Gateway) และ GSR12000 ที่สถานี (Node) ทั้งระบบในการยกระดับเครือข่ายครั้งนี้ อีกทั้ง คาดว่าจะติดตั้งเสร็จสิ้นและใช้งานจริงได้ราวเดือนม.ค. 52 ขณะที่ UniNet เชื่อมต่อตรงเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 2 อันเป็นเครือข่ายเพื่อการศึกษาและการวิจัยของประเทศสหรัฐอเมริกา และTEIN2 อันเป็นเครือข่ายเพื่อการศึกษาและการวิจัยที่เชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียและ ยุโรป

ผอ. สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาฯ กล่าวด้วยว่า ยูนิเน็ตเชื่อมโยงกับทั้งสองเครือข่ายนี้ด้วยท่อส่งข้อมูลเฉพาะที่ไม่ต้อง แบ่งปันพื้นที่กับเครือข่ายอื่น (Clear bandwidth) ด้วยอัตราความเร็วเครือข่ายละ 155 เมกะบิท ทำให้นักวิจัยของไทยสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อพัฒนางานวิจัยร่วมกับนัก วิจัยจาก นอกจากนี้ ยังสร้างโอกาสในการพัฒนาความรู้ความสามารถของนักวิจัยไทย รวมถึงยกระดับฐานข้อมูลความรู้งานวิจัยของประเทศด้วย

นายธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการติดตั้งระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงทั่วประเทศ ต้องรองรับผู้ใช้จำนวนมากทั้งในปัจจุบันและอนาคต ระบบเครือข่ายที่ใช้จึงต้องเป็นระบบที่มีความอัจฉริยะ มีการจัดการที่ดี มีการทำ QOS สามารถยืดหยุ่นได้ ที่สำคัญคือมีเสถียรภาพสูง และรองรับการขยายตัวในอนาคต โดยโซลูชั่นระบบเครือข่ายของซิสโก้สามารถรองรับความต้องการทั้งหมดนี้ได้ อย่างไรก็ตามซิสโก้ ยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานเพื่องานวิจัย ช่วยส่งเสริมให้เกิดงานวิจัยที่มีคุณภาพ อันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในชีวิต การทำงาน การเรียน และการสันทนาการของมนุษย์ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยูนิเน็ต เครือข่ายเพื่อพัฒนาการศึกษา ประกาศความพร้อมแบ็คโบนสู่ 10Gbps รองรับการขยายตัวเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อเป็นเครือข่ายหลักสำหรับจัดการศึกษาและระบบการเรียนการสอนระดับอุดม ศึกษาออกไปยังส่วนภูมิภาคในจังหวัดต่างๆ ทั้งในส่วนระบบทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้และระบบการเรียนการสอนทางไกลแบบ 2 ทาง ผ่านระบบเครือข่าย เพื่อกระจายโอกาสการเรียนรู้ของนักศึกษาในส่วนภูมิภาค พร้อมขยายศักยภาพการเชื่อมต่อการศึกษาและวิจัยทางการศึกษากับเครือข่ายการ ศึกษาในยุโรปและอเมริกา โดยเลือกใช้อุปกรณ์เครือข่ายซิสโก้ CRS-1 และ GSR12000 สำหรับอุปกรณ์เครือข่ายหลัก (IP Core) ครอบคลุมทั้งประเทศ

ติดต่อขอข้อมูล