นายธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ (ประเทศไทย) จำกัด
กล่าวว่า แม้สภาพเศรษฐกิจด้านการเมืองของไทยในขณะนี้จะไม่ดีก็ตาม แต่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมก็ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดยมุมมองของซิสโก้จะเน้นด้านการประกอบธุรกิจที่เกิดขึ้นในการทำธุระกรรมใหม่ๆ
และที่ผ่านมา ผลประกอบการปีงบประมาณ 2551 (ส.ค. 2550-ก.ค. 2551)
รายได้รวมของบริษัทฯจากทั่วโลกอยู่ที่ 39.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โตจากปี 2550
13% ขณะที่ยอดขายประเทศไทยโตขึ้น 23% ด้านโปรดักส์โตขึ้น 12%
และบริการเซอร์วิสโตขึ้น 25% จากปี 2550
“ขณะนี้ตั้งเป้าไว้ว่าตลาดทางด้านเทคโนโลยีจะโตขึ้นเป็นดับเบิล ดิจิท (Double digit)
โดยจะเน้นการให้บริการที่มีคุณภาพแก่ลูกค้า และเกณฑ์ด้านมาเก็ตแชร์ต้องครบทุกรูปแบบ คาดว่าในปี 2553
จะมีอัตราการเติบโตที่เพิมขึ้น 30% ของยอดขายทั้งหมด และพยายามให้มีมาร์เกตแชร์ขึ้นเป็นอันดับ1
ของตลาดยูนิไฟน์ อีกทั้งจะต้องไม่เอาเปรียบพันธมิตรด้วย ปัจจัยมาจากการเติบโตของเทคโนโลยีชั้นสูง
เช่น ยูนิฟายด์ คอมมิวนิเคชั่น ดาต้าเซนเตอร์ โมบิลิตี้ และการรักษาระบบความปลอดภัยของระบบ
(Security) ที่ผ่านมาซิสโก้จะเน้นแนวคิดในเรื่องการสร้างเครือข่ายระหว่างบุคคล
เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้เกิดการตื่นตัวในเทคโนโลยีเว็บ 2.0
และเทคโนโลยีเครือข่ายทางสังคมบนโลกออนไลน์เพื่อเชื่อมโยงคนและสังคมทั่วโลกเข้าด้วยกัน
โดยปีนี้ซิสโก้จะต่อยอดแนวคิดเดิมโดยขยายไปสู่เรื่อง Connected Life
เพื่อเชื่อมโยงทุกจังหวะชีวิตด้วยเทคโนโลยีเครือข่ายไม่ว่าจะเป็นวิถีการดำเนินชีวิต
การทำงาน สันทนาการ หรือการเรียนรู้ โดยจะเน้นการสื่อสารไปสู่สังคมหลายๆ ระดับ
ให้มีผลต่อทุกภาคส่วนเพื่อให้เข้าใจและเห็นประโยชน์ถึงระบบเครือข่ายทั้งหลายในปัจจุบัน”
กก.ผจก.บ.ซิสโก้ฯ กล่าว
นายธัชพล กล่าวต่อว่า ตลาดโทรคมนาคมมีการเติบโตและลงทุนอย่างต่อเนื่อง
อีกทั้งกระทรวงคมนาคม ได้มีการนำเทคโนโลยีด้านไอทีมาสร้างเมกะโปรเจ็ก
เช่น สถานีรถไฟฟ้า การทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ของทุกธนาคาร เป็นต้น
ดังนั้น การลงทุนทางด้านไอทีในประเทศไทยจึงมีอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการเพิ่มเทคโนโลยีในระบบราชการกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แม้แต่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีทีเองก็มีการสร้างโครงการที่เชื่อมโยงด้านเน็ตเวิร์คตลอด
กก.ผจก.บ.ซิสโก้ฯ กล่าวด้วยว่า การที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
หรือกทช. จะมีการออกใบอนุญาต (ไลเซ่น) ทั้งบริการเทคโนโลยี 3 จี และ
ไวแมกซ์ ในช่วงปีหน้านั้น จะทำให้มีการเกิดของโทรศัพท์มือถือมากขึ้นด้วยเช่นกัน
ซึ่งการลงทุนด้านโทรศัพท์มือถือก็จะเป็นเรื่องที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ทั้งในแง่ของการอนุรักษ์สินค้าและผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังมีการแข่งขันในเชิงธุรกิจมากขึ้นอีกด้วย
นายธัชพล กล่าวอีกว่า บริษัทฯเชื่อว่าธุรกิจในอนาคตมีความจำเป็นที่จะต้องนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้
เพื่อง่ายต่อการเข้าถึง มีความยือหยุ่น และมีความรวดเร็วในการใช้งาน อีกทั้งต้องมีระบบการป้องกันเครือข่ายที่ปลอดภัย
ไว้วางใจได้ และมีนโยบายที่ชัดเจน
ที่สำคัญลูกค้าจำเป็นที่จะต้องศึกษาเทคโนโลยีประกอบกันเพื่อการใช้งานจะไม่เป็นการรบกวนต่อสิ่งแวดล้อม