ออฟฟิศสำคัญไฉน? ซิสโก้เผยผลการศึกษาทั่วโลก ระบุพนักงานบริษัท 60 เปอร์เซ็นต์เชื่อว่าการเข้าทำงานในสำนักงานไม่จำเป็นอีกต่อไปสำหรับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ


ปัจจุบันพนักงานบริษัทต้องการทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา มากกว่าการได้รับเงินเดือนสูงๆ: 2 ใน 3 ของพนักงานทั่วโลก คาดหวังว่าแผนกไอทีจะช่วยให้พวกเขาเข้าถึงข้อมูลองค์กรบนทุกอุปกรณ์ ทั้งอุปกรณ์ส่วนตัวและของบริษัท

กรุงเทพฯ — 26 ตุลาคม 2553 — ซิสโก้เปิดเผยผลการศึกษาจากองค์กรธุรกิจและบริษัททั่วโลก โดยระบุว่า พนักงานบริษัท 3 ใน 5 คนเชื่อว่าตนเองไม่จำเป็นต้องทำงานอยู่ในบริษัทก็ยังสามารถที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ในความเป็นจริง พนักงานเหล่านั้นเพียงแค่ต้องการที่จะเข้าถึงข้อมูลขององค์กรอย่างคล่องตัวทุกที่ทุกเวลา และยินดีที่จะเลือกงานที่มีค่าตอบแทนต่ำกว่าแต่สามารถเข้าถึงข้อมูลขององค์กรได้อย่างอิสระ ทุกที่ทุกเวลา มากกว่างานที่ให้เงินเดือนสูงกว่า แต่ขาดความยืดหยุ่นในการเข้าถึงข้อมูลองค์กร ผลการศึกษาดังกล่าวให้ข้อมูลเชิงลึกที่สะท้อนให้เห็นความจริงในเรื่องความคาดหวัง ความต้องการ และพฤติกรรมของบุคลากรทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิธีการเข้าถึงข้อมูล รวมถึงการสื่อสารทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

ประเด็นสำคัญ

พนักงานบริษัทต้องการที่จะทำงานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัว

  • ผลการศึกษาดังกล่าว อ้างอิงจากผลการสำรวจความคิดเห็นของพนักงานและบุคลากรด้านไอที 2,600 คน ใน 13 ประเทศทั่วโลก เผยให้เห็นว่า พนักงาน 3 ใน 5 คน (60%) เชื่อว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าทำงานในบริษัทก็ยังสามารถที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียและละตินอเมริกา  นอกจากนี้ พนักงานกว่า 9 ใน 10 คนในอินเดีย (93 เปอร์เซ็นต์) ระบุว่าตนเองไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ในบริษัทก็ยังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เช่นเดียวพนักงานในประเทศจีน (81 เปอร์เซ็นต์) และบราซิล (76 เปอร์เซ็นต์)
  • พนักงานบริษัท 2 ใน 3 คน (66 เปอร์เซ็นต์) คาดหวังว่าไอทีจะช่วยให้พวกเขาสามารถเข้าถึงเครือข่าย แอพพลิเคชั่น และข้อมูลขององค์กรทุกที่ทุกเวลา โดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ ทั้งอุปกรณ์ส่วนตัวและอุปกรณ์ของบริษัท ในอนาคตพนักงานต้องการเลือกใช้อุปกรณ์ในการเชื่อมต่อที่หลากหลายมากขึ้นขยายขอบเขตการใช้งานไปยังอุปกรณือื่นๆที่ไม่ได้เป็นอุปกรณ์ทำงานได้อย่างอิสระมากกว่าเดิม เช่น โทรทัศน์และอุปกรณ์นำทางในรถยนต์ (navigation screen)
  • ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (45 เปอร์เซ็นต์) ที่เป็นพนักงานที่สามารถเข้าถึงเครือข่ายองค์กร แอพพลิเคชั่น และข้อมูลขององค์กรจากภายนอกบริษัท ยินดีที่จะทำงานเพิ่มขึ้น 2-3 ชั่วโมงต่อวัน และประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ยินดีที่จะทำงานเพิ่มขึ้นอย่างน้อยวันละ 4 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น อย่างไรก็ดี ชั่วโมงการทำงานที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าพนักงานจะทำงานอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่พวกเขาต้องการความยืดหยุ่นในการบริหารเวลาเพื่อสร้างสมดุลให้กับชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว
  • นอกจากนี้ พนักงานทั่วโลกยังเชื่อว่าความคล่องตัวและยืดหยุ่นในการทำงานในทุกๆ สถานที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อ ความจงรักภักดีในบริษัท (13 เปอร์เซ็นต์), การตัดสินใจเลือกงาน (12 เปอร์เซ็นต์) ขวัญและกำลังใจ (9 เปอร์เซ็นต์)  ตัวอย่างเช่น พนักงาน 2 ใน 3 คนทั่วโลก (66 เปอร์เซ็นต์) ระบุว่าตนเองยินดีที่จะทำงานที่ได้ค่าตอบแทนน้อยกว่า แต่มีความยืดหยุ่นมากกว่าในเรื่องของการใช้อุปกรณ์ การเข้าถึงสังคมออนไลน์ และการทำงานที่ใดก็ได้มากกว่างานที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่าแต่ไม่มีความยืดหยุ่นในลักษณะดังกล่าว  ตัวเลขจากผลการสำรวจในบางประเทศอาจสูงกว่านี้ เช่น สเปน (78 เปอร์เซ็นต์) แม้ว่าจะเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก็ตาม

องค์กรธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของพนักงานได้หรือไม่?

  • เกือบครึ่งหนึ่งของบุคลากรด้านไอที (45 เปอร์เซ็นต์) ระบุว่า พวกเขายังไม่มีความพร้อมทางด้านนโยบายและเทคโนโลยีสำหรับการรองรับบุคลากรที่ต้องการทำงานแบบไร้พรมแดนได้มากขึ้น และแน่นอนที่สุดเรื่อง 'ระบบรักษาความปลอดภัย' เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงสุงสุด
  • แม้ว่าบุคลากรด้านไอทีจำนวนมากรู้สึกว่าการรักษาความปลอดภัย (57 เปอร์เซ็นต์), งบประมาณ (34 เปอร์เซ็นต์) และความเชี่ยวชาญของพนักงาน (17 เปอร์เซ็นต์) เป็นอุปสรรคในการรองรับการทำงานที่ยืดหยุ่น แต่ในขณะเดียวกัน พนักงานบริษัทมักจะรู้สึกว่า ' ระบบไอทีและนโยบายขององค์กร' คืออุปสรรคสำคัญที่สำคัญที่สุด  ทัศนะดังกล่าวนั้นเห็นอย่างเด่นชัดในประเทศอินเดีย โดยกว่าครึ่งหนึ่ง (58 เปอร์เซ็นต์) ให้ความเห็นว่าระบบไอทีเป็นอุปสรรคสำคัญในการขัดขวางการทำงานที่คล่องตัวไร้พรมแดนเช่นนี้

พฤติกรรมของพนักงานบ่งชี้ว่า การให้ความรู้แก่พนักงาน และนโยบายขององค์กร’ มีความสำคัญเทียบเท่าเทคโนโลยี

  • พนักงานทั่วโลกราว 1 ใน 5 (19 เปอร์เซ็นต์) ระบุว่าพวกเขาสังเกตเห็นคนอื่นจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของพวกเขาในที่สาธารณะ ในขณะที่อีก 19 เปอร์เซ็นต์ยอมรับว่าพวกเขาไม่เคยคิดที่จะระวังบริเวณรอบข้าง
  • พนักงานทั่วโลกเกือบ 1 ใน 5 (17 เปอร์เซ็นต์) ยอมรับว่าเคยวางอุปกรณ์ทิ้งไว้โดยไม่มีคนคอยดูแลในที่สาธารณะ
  • พนักงานทั่วโลกเกือบ 3 ใน 5 (58 เปอร์เซ็นต์) ยอมรับว่าพวกเขาเคยอนุญาตให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่พนักงานใช้อุปกรณ์ของบริษัทโดยที่เขาเองก็ไม่ได้คอยกำกับดูแล
  • ในขณะที่บุคลากรสามารถทำงานตามสถานที่ต่างๆ มากขึ้น โอกาสที่ข้อมูลจะสูญหายก็มีมากขึ้นด้วย ผู้ตอบแบบสอบถามด้านไอที 1 ใน 4 คน (26 เปอร์เซ็นต์) ระบุว่า 1 ใน 4 ของอุปกรณ์สำนักงานที่ให้พนักงานใช้ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาได้สูญหายหรือถูกโจรกรรม
  • ในขณะที่พนักงานทำงานนอกสถานที่มากขึ้น ปัญหาเรื่องความปลอดภัยและการบริหารความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย  ทั้งนี้ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการกำหนดนโยบายองค์กรที่ดีกว่า การให้ความรู้แก่พนักงานในการใช้อุปกรณ์สำนักงาน และความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างพนักงานและแผนกไอที  สิ่งเหล่านนี้ย่อมจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของบริษัท รวมถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ความได้เปรียบด้านการแข่งขัน และการบริหารความเสี่ยง

เกี่ยวกับการศึกษาในครั้งนี้

  • การศึกษาดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากซิสโก้ และดำเนินการโดยอินไซท์เอ็กซ์เพรส (InsightExpress) ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยตลาดที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ
  • ซิสโก้มอบหมายให้อินไซท์เอ็กซ์เพรส ดำเนินการศึกษาดังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาท้าทายในปัจจุบันที่บริษัทต่างๆ ต้องเผชิญเพื่อตอบสนองความต้องการของพนักงานและองค์กรธุรกิจ ท่ามกลางความสามารถทางด้านโมบิลิตี้ (Mobility) ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และเทคโนโลยีที่จะสามารถนำเสนอแอพพลิเคชั่นและการเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ตั้งแต่ดาต้าเซ็นเตอร์เสมือนจริงและระบบประมวลผลคลาวด์คอมพิวติ้ง ไปจนถึงเครือข่ายที่เชื่อมต่อด้วยสายสัญญาณและเครือข่ายไร้สาย
  • การศึกษาทั่วโลกนี้มุ่งเน้นแบบสำรวจสองชุด คือ 1) การสำรวจความคิดเห็นของพนักงานบริษัท และ 2) การสำรวจความคิดเห็นของพนักงานฝ่ายไอที  แบบสำรวจแต่ละชุดมีผู้ตอบแบบสอบถาม 100 คนจากแต่ละประเทศ โดยการสำรวจความคิดเห็นครั้งนี้ครอบคลุม 13 ประเทศ ดังนั้นจึงมีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดรวม 2,600 คน
  • 13 ประเทศที่ว่านี้ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก บราซิล สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สเปน เยอรมนี อิตาลี รัสเซีย อินเดีย จีน ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

คำกล่าวสนับสนุน:

  • มารี แฮตเตอร์ รองประธานฝ่ายเครือข่ายไร้พรมแดนของซิสโก้:

    "ผลการศึกษา Connected World ของซิสโก้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความเห็นต่อ 'สำนักงานในอนาคต' และจากผลการศึกษา เห็นได้ชัดเจนว่าพนักงานทั่วโลกสนใจเรื่องการทำงานอย่างยืดหยุ่นในทุกๆ สถานที่มากพอๆ กับเรื่องเงินเดือน  นอกจากนี้ยังเป็นที่แน่ชัดว่าองค์กรต่างๆ จำเป็นที่จะต้องปรับใช้ 'โครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบไร้พรมแดน' เพื่อเกิดความได้เปรียบด้านการแข่งขัน และเพิ่มความพึงพอใจให้กับพนักงาน  พนักงานในปัจจุบันต้องการที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทุกที่ทุกเวลาบนทุกอุปกรณ์ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในการทำงาน โดยอาศัยสถาปัตยกรรมเครือข่ายแบบไร้พรมแดน"
  • เดฟ อีแวนส์ นักวางแผนอนาคตและหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยี กลุ่มโซลูชั่นธุรกิจอินเทอร์เน็ตของซิสโก้:

    "ความสามารถของพนักงานในการทำงานได้ทุกสถานที่เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และจะช่วยเสริมสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ  ผลการศึกษา Connected World ของซิสโก้ระบุถึงความท้าทายที่แท้จริงขององค์กรธุรกิจ และในขณะเดียวกันก็เน้นย้ำถึงโอกาสสำหรับฝ่ายไอทีองค์กรในการปรับปรุงสัมพันธภาพกับพนักงาน รวมถึงบทบาทของฝ่ายไอทีในฐานะที่ปรึกษาและผู้ให้ความรู้แก่พนักงาน กล่าวอย่างง่ายๆ ก็คือ ผลการศึกษาฉบับนี้เรียกร้องให้บุคลากรด้านไอทีลงมือดำเนินการปฏิรูปองค์กร โดยพื้นฐานทางความคิดที่ว่า "การทำงานไม่ได้เป็นเรื่องของสถานที่อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์ที่สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ และบุคลากรด้านไอทีก็มีบทบาทสำคัญในการร่วมกำหนดกลยุทธ์เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพให้กับธุรกิจ"

แหล่งข่าวสนับสนุน

ติดต่อขอข้อมูล