ซิสโก้พลิกโฉมระบบรักษาความปลอดภัยบนเครือข่าย ภายใต้แนวคิด Collaborate with Confidence รายแรกของโลก

ตอกย้ำแบรนด์ผู้นำด้านระบบรักษาความปลอดภัยของโลก พร้อมสุดยอดผลิตภัณฑ์อัจฉริยะและบริการใหม่

กรุงเทพฯ – 20 พฤษภาคม 2552 - ซิสโก้แนะนำระบบรักษาความปลอดภัยแนวใหม่บนเครือข่ายอัจฉริยะรายแรกของโลก เพื่อรองรับพฤติกรรมการทำงานและการใช้งานผ่านเน็ตเวิร์ครูปแบบใหม่ๆที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลาทั้งข้อมูลจำนวนมหาศาลต่อวันและช่องโหว่ใหม่ทางการโจมตีที่มากขึ้นโดยผู้ใช้งานไม่รู้ตัว ด้วยวิธีการเรียนรู้การโจมตีและบุกรุกทุกรูปแบบทั้ง ไวรัส เวิร์ม สแปม แฮกเกอร์และการแลกเปลี่ยนข้อมูลภายในเครือข่ายตามแนวคิดการประสานการทำงานร่วมกันได้อย่างมั่นใจ (Collaborate with Confidence หรือ CWC) ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันอย่างท่วมท้น สามารถประหยัดเวลา ทรัพยากรบุคคลและการลงทุนสำหรับธุรกิจได้อย่างมาก

นายมงคล อัศวโกวิทกรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีขั้นสูง บริษัทซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ระบบรักษาความปลอดภัยแนวใหม่ ภายใต้แนวคิด Collaborate with Confidence หรือ CWC ซึ่งเป็นการออกแบบระบบการป้องกัน ประสานการทำงานของอุปกรณ์ทั่วโลกที่รู้เท่าทันการบุกรุกในทุกรูปแบบทุกสถานที่ และทุกเวลา ทั้งรูปแบบไวรัส เวิร์ม สแปม สไปร์แวร์ และอื่นๆ โดยหากพบการโจมตีหรือการบุกรุกทั้งรูปแบบใหม่หรือพบผู้โจรกรรม (Hacker) รายใหม่ จากที่ใดก็ตามระบบจะทำการรายงานผลกลับไปยังระบบส่วนกลางที่เรียกว่า Cisco Security Intelligent Operation (CSIO) ให้ทำการประมวลผลและแจ้งเตือนไปยังอุปกรณ์ทั่วโลกให้รับทราบและอัพเดทฐานความรู้เพื่อป้องกันการโจมตีหรือการบุกรุกนั้น ๆ ได้โดยฉับพลัน ซึ่งวิธีนี้เป็นการพลิกโฉมระบบการป้องกันบนเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดที่จะสร้างความคุ้มทุนให้กับธุรกิจ ซึ่งศูนย์ CSIO นี้ประกอบด้วยเซิร์พเวอร์ที่ใช้ประมวลผลรูปแบบการบุกรุกนับพันตัว รวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ทั่วโลกกว่า 7 แสนชิ้น ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญจากมากกว่าสิบหน่วยงานของซิสโก้ ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง มีฐานความรู้จากข้อมูลที่วิ่งผ่านอินเทอร์เน็ตมากกว่า 30 เปอร์เซนต์

แนวคิด Collaborate with Confidence (CWC) เป็นระบบที่ใช้การทำงานร่วมกันของเทคโนโลยีอันหลากหลายของ ซิสโก้ นำไปสู่การขยายขีดความสามารถในการป้องกันความปลอดภัยให้กับระบบ ประกอบด้วยการประสานงานระหว่างผลิตภัณฑ์ทางด้านความปลอดภัยของซิสโก้ การบริการและศูนย์ CSIO ของซิสโก้ ที่จะส่งผลให้เกิดประสิทธิผลในการป้องกันและรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น และเป็นประโยชน์ในวงกว้าง เปรียบเทียบกับระบบเดิมที่ใช้วิธีการทำงานที่เป็นอิสระต่อกัน ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการแก้ปัญหานานไม่ทันต่อการโจมตีหรือบุกรุกที่แพร่ไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งไม่สามารถเตือนภัยไปยังส่วนอื่นๆ ของระบบด้วย

“จากพฤติกรรมการใช้งานเครือข่ายปัจจุบันที่มีการสื่อสารหลากหลายรูปแบบ จำนวนข้อมูลมหาศาล และการโจมตีเครือข่ายที่มีการพัฒนาตลอดเวลา ทำให้ซิสโก้ในฐานะเป็นผู้นำอุตสาหกรรมระบบรักษาความปลอดภัย และเข้าใจทั้งรูปแบบการคุกคามรวมถึงความต้องการของธุรกิจ นำเสนอระบบป้องกันการโจมตีบนเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง รู้เท่าทันการโจมตี และเอื้อกับการทำงานมากที่สุดสู่ผู้บริโภค ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์และบริการภายใต้แนวคิด CWC ถือเป็นการพลิกโฉมหน้าระบบรักษาความปลอดภัยที่ชาญฉลาดมากรายแรกของโลก ”นายมงคล กล่าว

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ใหม่ที่นำเสนอ:

  • บริการ Cisco Security Cloud: แนวทางที่โดดเด่นสำหรับการนำเสนอระบบรักษาความปลอดภัยในรูปแบบของบริการ โดยผสานรวมบริการจากเครือข่ายและแอพพลิเคชั่นต่างๆ เข้าด้วยกัน พร้อมทั้งผนวกรวมระบบคลาวด์ (Cloud) เข้ากับเครือข่ายองค์กรเพื่อรองรับการทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัย  บริการ Cisco Security Cloud สนับสนุนบริการ Cisco IronPort® Hosted Email Security Services ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้ รวมถึง Global Correlation ซึ่งเป็นเทคนิคใหม่ที่เสริมสร้างบริการด้านความปลอดภัยที่รวมอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านการรักษาความปลอดภัยที่หลากหลายของซิสโก้
  • ซอฟต์แวร์ Cisco IPS Sensor เวอร์ชั่น 7.0: คุณสมบัติ Global Correlation สำหรับระบบป้องกันการบุกรุก (Intrusion Prevention System - IPS) ปลดปล่อยพลังของ Cisco Security Intelligence Operations ซึ่งเป็นระบบป้องกันภัยคุกคามที่มีประสิทธิภาพ  ซิสโก้ปรับเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามทั่วโลกที่บันทึกได้จากอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยจำนวนมากให้กลายเป็นข้อมูลอัพเดตที่ยืดหยุ่นและข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปปรับใช้ในทางปฏิบัติได้ เช่น คะแนน “ประวัติชื่อเสียง” (Reputation Score) และผลักดันข้อมูลข่าวกรองดังกล่าวไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านการรักษาความปลอดภัยเครือข่ายขององค์กรธุรกิจเพื่อดำเนินมาตรการป้องกัน  ซอฟต์แวร์ Cisco IPS 7.0 ซึ่งประกอบด้วยคุณสมบัติ Global Correlation มีประสิทธิภาพในการหยุดยั้งการโจมตีได้มากกว่า 2 เท่า โดยใช้เวลาน้อยกว่า เมื่อเทียบกับเทคโนโลยี IPS รุ่นเก่า ซึ่งใช้การตรวจสอบลายเซ็นดิจิตอล(signature)เพียงอย่างเดียว
  • ซอฟต์แวร์ Cisco ASA 5500 Series 8.2: ซอฟต์แวร์นี้ติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์ Cisco Adaptive Security Appliance (ASA) โดยได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อปรับปรุงการรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจรสำหรับสำนักงานทุกขนาด พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันภัยคุกคาม และช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถเชื่อมต่อ สื่อสาร และดำเนินธุรกิจได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น 
    ด้วยตัวกรองแทรฟฟิกบอตเน็ต (Botnet Traffic Filter) สำหรับการระบุเครื่องไคลเอ็นต์ที่ติดเชื้อ, ความพร้อมใช้งานของ IPS สำหรับสำนักงานขนาดเล็ก และความสามารถในการเข้าถึงระยะไกลโดยไม่ต้องใช้ไคลเอ็นต์ ทำให้เทคโนโลยีของซิสโก้รองรับแพลตฟอร์ม ระบบปฏิบัติการ และอุปกรณ์เชื่อมต่อหลากหลายมากที่สุดในอุตสาหกรรม
    • Cisco ASA Botnet Traffic Filter: ตัวกรองแทรฟฟิกบอตเน็ตรุ่นใหม่ที่ช่วยให้อุปกรณ์ Cisco ASA 5500 Series สามารถระบุไคลเอ็นต์ที่ติดเชื้อได้อย่างแม่นยำ โดยใช้ข้อมูลจาก Cisco Security Intelligence Operations  ทั้งนี้ เซิร์ฟเวอร์ที่รวบรวมข้อมูลภัยคุกคามกว่า 1,000 เครื่อง รับข้อมูลจากเซนเซอร์กว่า 700,000 ตัว และข้อมูลฟีดจากองค์กรอื่นกว่า 500 ช่องทาง  ข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับภัยคุกคามช่วยให้ลูกค้าสามารถระบุได้อย่างแม่นยำมากขึ้นเกี่ยวกับไคลเอ็นต์ที่ติดเชื้อ พร้อมทั้งเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานแบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ดูแลระบบรักษาความปลอดภัยจึงสามารถมุ่งเน้นภัยคุกคามที่ท้าทายมากที่สุด
    • ส่วนปรับปรุงการเข้าถึงระยะไกลและVPNของซิสโก้: ซอฟต์แวร์ Cisco ASA รุ่น 8.2 ขยายขีดความสามารถด้านการเข้าถึงระยะไกล (Remote Access) พร้อมด้วยทันเนลลิ่ง (Tunneling) และเซสชั่นที่ต่อเนื่อง ผ่านทาง Cisco AnyConnect Essentials สำหรับผู้ใช้ในองค์กรและผู้ใช้ที่ทำงานนอกสถานที่ ดังนั้นจึงครอบคลุมแพลตฟอร์ม ระบบปฏิบัติการ และอุปกรณ์เชื่อมต่อที่หลากหลายมากที่สุดในอุตสาหกรรม  นอกจากนี้ยังเพิ่มเติมการรองรับโซลูชั่น Cisco Virtual Office ไว้ในเราเตอร์ Cisco ASR 1000 เพื่อรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ระยะไกลหลายพันเครื่องสำหรับ Cisco Virtual Office  นอกจากนั้น เราเตอร์ Cisco ASR 1000 ยังสนับสนุน GET VPN จึงสามารถจัดสรรบริการด้านการรักษาความปลอดภัยได้ทันที พร้อมทั้งคุ้มครองการเชื่อมต่ออย่างปลอดภัยสำหรับทันเนล Internet Protocol Security (IPsec) ได้มากกว่า 10,000 ทันเนล ที่ระดับความเร็วสูงสุด 7 กิกะบิตต่อวินาที จึงช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดลำดับความสำคัญและจัดส่งกระแสข้อความไปยังหลายๆ แอดเดรสบนเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Cisco SAFE: สถาปัตยกรรมอ้างอิงด้านความปลอดภัยที่จัดหาแนวทางการออกแบบที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถวางแผน ออกแบบ และปรับใช้โซลูชั่นด้านความปลอดภัยทั่วทั้งเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายในสำนักงานใหญ่ ส่วนรอบนอกที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต สำนักงานสาขา หรือดาต้าเซ็นเตอร์  แนวทางดังกล่าวรองรับการป้องกันภัยได้อย่างลึกซึ้งและทั่วถึง ทั้งยังช่วยคุ้มครองข้อมูลและธุรกรรมที่รับส่งอยู่บนเครือข่ายให้ปลอดภัยได้อย่างแท้จริง
  • บริการประเมินความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎระเบียบของซิสโก้ (Cisco Information Technology Governance, Risk Management, and Compliance (IT GRC) Security Assessment Services): บริการเหล่านี้ช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินโครงการที่พร้อมสรรพ เพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสารสนเทศ และประหยัดค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ด้วยการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางด้านธุรกิจและเทคโนโลยีให้สอดคล้องกัน  องค์กรธุรกิจจะสามารถสร้างสมดุลที่เหมาะสมระหว่างความต้องการในการทำงานร่วมกันและการแบ่งปันข้อมูล กับการรักษาความเป็นส่วนตัวและการควบคุมข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงการรักษาความปลอดภัยและโครงการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ซึ่งมักจะแยกออกจากกันจนทำให้โครงการขาดประสิทธิภาพ มีการดำเนินการที่ซ้ำซ้อน เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำ และต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น  ด้วยบริการ Cisco IT GRC Security Assessment Services องค์กรต่างๆ จะสามารถสร้างกรอบงานการควบคุม โดยประกอบด้วยส่วนควบคุมด้านความปลอดภัยแบบครบวงจรที่รองรับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ พร้อมทั้งปกป้ององค์กรให้รอดพ้นจากภัยคุกคาม  บริการดังกล่าวครอบคลุมการประเมินนโยบายด้านความปลอดภัยขององค์กรธุรกิจและสถาปัตยกรรมความปลอดภัย และเชื่อมโยงกับข้อกำหนดของกรอบงานการควบคุม เพื่อระบุปัญหาช่องว่างและเสนอคำแนะนำสำหรับการแก้ไขปัญหาช่องว่างดังกล่าว

 

ติดต่อขอข้อมูล