TelePresenceTM
มิติใหม่แห่งการคอลลาบอเรชั่นที่ช่วยลดภาวะโลกร้อน

ระบบการประชุมทางไกลเสมือนจริง เป็นอีกหนึ่งมิติใหม่ที่ประสิทธิภาพแห่งการสื่อสารได้ช่วยเชื่อมโลกทั้งใบเข้าหากัน และเพิ่มพูนผลิตผลทางธุรกิจ ขณะที่ช่วยแต่งแต้มสีเขียวให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ โดยช่วยลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศของโลก

ทว่า ระบบการประชุมทางไกลเสมือนจริงที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิผลในการดำเนินธุรกิจได้จริงนั้น ต้องไม่ใช่แค่เพียงการเชื่อมต่อถึงกันบนระบบเครือข่ายหรือการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอ (วิดีโอ คอนเฟอเร้นซ์) เท่านั้น แต่จะต้องเป็นระบบการประชุมที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่า ได้พบปะและประชุมเสมือนอยู่ในสถานที่เดียวกันจริงๆ โดยจะต้องสื่ออากัปกิริยา ท่าทาง รวมทั้งความรู้สึกต่างๆ ของผู้ร่วมประชุมออกมาให้แต่ละฝ่ายสามารถรับรู้ได้

รายงานการวิจัยด้านจิตวิทยาการสื่อสารทางธุรกิจ ของ เพิร์น แคนโดลา ระบุว่า ความสำคัญของการมองเห็นหน้าคู่สนทนา มีผลต่อความสำเร็จของการทำงานร่วมกัน ระบบการสื่อสารผ่านวิดีโอที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมในแต่ละฝั่งสามารถเห็นหน้ากันได้นั้น สามารถกระตุ้นให้เกิดการอภิปรายที่สร้างสรรค์ และทำให้เกิดการตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้น ทั้งยังมีส่วนช่วยลดผลกระทบอันอาจเกิดจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมได้อีกด้วย

ด้วยระบบ TelePresenceTM (เทเลเพรสเซ้นส์) ของซิสโก้ ซึ่งเป็นโซลูชั่นที่ผสมผสานระบบเสียงขั้นสูง ระบบภาพวิดีโอความละเอียดสูง และการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันผ่านระบบเครือข่าย เพื่อสร้างประสบการณ์การประชุมเสมือนจริงแบบล้ำลึก จะทำให้เกิดการประสานความร่วมมือกันได้อย่างมีประสิทธิภาพข้ามขีดจำกัดของระยะทางที่ห่างไกลกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ซิสโก้ได้ติดตั้งระบบ TelePresence นี้ตามสำนักงานในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ปัจจุบันดำเนินการติดตั้งไปแล้วกว่า 300 แห่งใน 131 เมืองใหญ่ ใน 40 ประเทศทั่วโลก และพบว่าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปได้ถึง 236 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยงพนักงาน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในองค์กรธุรกิจหนึ่งๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือไปจนถึงขนาดใหญ่ จะต้องมีการเดินทางเพื่อธุรกิจไม่มากก็น้อยในแต่ละปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่ตลาดมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงเช่นในปัจจุบัน ในมิติของการดำเนินธุรกิจการเดินทางเหล่านี้คิดเป็นค่าใช้จ่ายขององค์กร ซึ่งสามารถสร้างเป็นรายได้กลับคืนสู่องค์กรได้ แต่ในอีกมิติหนึ่งการเดินทางกันด้วยความจำเป็นทางธุรกิจนี้กลับเป็นการคิดค่าใช้จ่ายจากสิ่งแวดล้อมโดยไม่มีสิ่งใดๆ ตอบแทนคืนให้กับธรรมชาติเลยแม้แต่น้อย

ในแต่ละปี การเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ เผาผลาญพลังงานตามธรรมชาติไปเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังก่อให้เกิดมลภาวะสู่ชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมหาศาลอีกเช่นกัน ทว่า อย่างไรก็ตามธุรกิจจำเป็นต้องเดินต่อไป ดังนั้นหากมีวิธีใดที่สามารถลดการเดินทางได้ ขณะที่ยังคงช่วยให้องค์กรธุรกิจยังดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

ซิสโก้ ซีสเต็มส์ เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่เผชิญกับความท้าทายดังกล่าว เพราะในแต่ละปี พนักงานของซิสโก้ทั่วโลกต้องเดินทางเพื่อประชุม เจรจาธุรกิจ อบรมสัมมนา ฯลฯ ตัวอย่างเช่น นิค เอิร์ล รองประธานส่วนบริการ ซิสโก้ ซีสเต็มส์ ยุโรป ด้วยหน้าที่การงานที่ต้องดูแลทีมงานกว่า 190 ชีวิตใน 21 ประเทศทั่วยุโรป ทำให้เขาจำเป็นต้องเดินทางเกือบตลอดเวลา ในรอบปีบัญชี 2007 ของซิสโก้ (สิงหาคม 2006-กรกฎาคม 2007) เฉพาะ 6 เดือน นิค เอิร์ล ต้องเดินทางถึง 36 เที่ยวบิน ใช้เวลารวม 110 ชั่วโมงบนเครื่องบิน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างปกติ

นิค เอิร์ล พบว่าพนักงานส่วนใหญ่มีความเชื่อว่าการเข้าร่วมประชุมและพบปะกับเจ้านายจะมีส่วนช่วยให้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และด้วยระบบของซิสโก้เอื้อให้พนักงานจองตั๋วเครื่องบินได้เอง แต่การจองตั๋วเครื่องบินส่วนใหญ่มักกระทำแบบกระชั้นชิดจึงมักไม่ได้รับส่วนลดจากสายการบิน ขณะที่ธุรกิจบริการของซิสโก้ในยุโรปกำลังเติบโตขึ้นอย่างมากนั้น แต่เราก็ต้องสูญเสียเงินมหาศาลไปกับการเดินทาง อีกทั้งยังส่งผลโดยตรงกับสิ่งแวดล้อม โดยการมีส่วนร่วมปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศอันเป็นสาเหตุของการเกิดปรากฎการณ์เรือนกระจกที่ทำให้มนุษย์ต้องเผชิญกับภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน ที่สำคัญคือทำให้เสียสมดุลในการใช้ชีวิตและการทำงาน

นิค เอิร์ลจึงได้เริ่มเปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่ โดยใช้ระบบ TelePresence พร้อมกับสร้างความเชื่อใหม่ให้กับพนักงาน ส่งเสริมให้พนักงานใช้ระบบนี้ในการประชุมร่วมกัน ผลที่ได้คือการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ 14% ในไตรมาสที่ 4 ของรอบปีบัญชี 2007 และมีแนวโน้มว่าจะจะช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้ถึง 20% ในปี 2008 เปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า


(กราฟ 1)

การประสานความร่วมมือรูปแบบใหม่นี้ยังช่วยให้ นิค เอิร์ลลดจำนวนเที่ยวบินในการเดินทางไปได้มาก จากกราฟด้านล่างจะเห็นว่า ในปี 2008 นิค เอิร์ล จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศจากการเดินทางทางอากาศได้ถึง 57% เมื่อเทียบกับปี 2006


(กราฟ 2)

นอกจากนั้น ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนแรกของการประสานความร่วมมือในรูปแบบใหม่นี้ นิค เอิร์ล ยังพบว่าสามารถเพิ่มศักยภาพของผลิตผลของงานได้ถึง 20% โดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทาง อีกทั้งยังช่วยให้เขาสามารถสร้างความสมดุลในการใช้ชีวิตและการทำงานได้ดียิ่งขึ้นด้วย

สำหรับบริษัทซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) ได้ติดตั้งระบบ TelePresence เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะสามารถคืนทุนในการติดตั้งระบบนี้ จากการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ภายใน 9-12 เดือนนี้

ติดต่อขอข้อมูล